Forum > เสียงของสมาชิกและทีมงาน

บันทึกลับของนายต๊ะติ้งโหน่ง

(1/10) > >>

ต๊ะติ้งโหน่ง:
บันทึกลับนายต๊ะติ้งโหน่ง

กระผมนายต๊ะติ้งโหน่ง ได้ถือกำเนิดมาในชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากชนบทเป็นอันมาก
การจะเดินทางจากชนบทมาเพื่อจะมายังที่นี่ จะใช้เวลานาน  ใช้เวลาเป็นวันๆ
เพราะต้องลำบากตรากตรำ การที่จะผ่าการจราจร เข้ามาได้ ก็ทุลักทุเลพอสมควร
ไหนจะต้องฟันฝ่า การจราจร ที่วิกฤติอย่างลำบาก  ผ่านตามแยกต่างๆ ที่รถราอุ่นหนาฝาคั่ง
ต้องฝ่าด่านตรวจนานาประเภท กว่าจะเข้าถึงบ้านได้  ก็ใช้เวลาโข
ต้องพบกับวินมอเตอร์ไซค์ ที่เหมือนมัจจุราช ที่จะพาไปตายได้ตลอดเวลา
ช่างเป็นที่แห้งแล้ง ทุรกันดาร อย่างยิ่ง
อากาศก็ร้อนอบอ้าว จนปลูกข้าวไม่ได้
น้ำจะกิน จะดื่ม ก็เป็นสิ่งที่หายากยิ่ง และราคาแสนแพง

ผู้คนแถวนี้ จะไม่ชอบมองหน้ากัน ได้แต่แอบมองชำเลืองๆ แล้วทำปากมุบขมิบ
ไม่มองหน้ากันตรงๆ มองหน้ากันไม่ได้ หารอยยิ้มกันแทบไม่ได้
แต่ละคน ทำหน้าเหมือนผี ที่จะคอยกินเลือดกินเนื้อตลอดเวลา
และแววตาที่ไม่เป็นมิตรนัก  ที่คอยล่าเหยื่อที่พลัดเข้ามา

ทุกคน ต่างก็จ้องตามเป็นมัน ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
หาวัตถุนิยมต่างๆ มาเสนอขาย
เพื่อรอจังหวะ ที่จะฉีกกระเป๋าสะตัง เป็นเสี่ยงๆ
สำหรับเหยื่อที่หลงเข้ามา หรือเดินผ่านมา
 ด้วยวิธีหลอกล่อนานาชนิด  หลอกล่อด้วย กิเลส ราคะ ตัณหา
ราวกับว่า สิ่งต่างๆที่นำมาเสนอ เป็นสิ่งวิเศษ 
เคยได้ยินคำกล่าวจากคนเหล่านั้น ฟังดูคล้ายๆกับว่า มีหมูมาให้เชือดแล้ว
มาให้ถูกสังเวย
ช่างเป็นบรรยากาศ ที่น่ากลัว แสนวังเวงและหดหู่เสียเหลือเกิน

โชคดีหน่อย ที่กระผม ได้อาศัยในชุมชนแห่งนี้ มาเป็นเวลานานนม
ตั้งแต่ลืมตาดูโลก จวบจนโต
ต้องแสดงท่าทีที่โอนอ่อน จึงจะแฝงตัว หลีกเร้นจากภัยในที่นี้ได้
พอที่จะเอาตัวรอดได้
พอจะรู้ไส้ ในความต้องการของคนเหล่านี้
ทั้งเล่ห์กลต่างๆ ความหลอกลวง ความเอารัดเอาเปรียบ
ที่นี่ ช่างแสนวุ่นวายขัดสน ที่นี่ ช่างแสนขัดข้องเสียนี่กระไรหนอ

ที่บันทึก ไม่ได้เพื่อขอบริจาค
แต่เขียนบันทึก เพื่อให้เป็นบันทึกลับคงเป็นความลับต่อไป
บันทึก ณวันที่ 18 ธันวาคม 53

ต๊ะติ้งโหน่ง:
บันทึกลับวัยละอ่อน

สิ่งที่พอจำความได้ ตอนวัยละอ่อน
แถวๆบ้านรอบๆบริเวณ  มีวัดมากมาย ช่างเป็นที่ที่รื่นรมย์
ประดุจโอเอสิสในทะเลทราย
จึงมักไปหากิจกรรม ไปวิ่งเล่นอยู่ในวัด
อาหารการกินผลไม้  มีไม่ได้ขาด
แทบทุกวัดจัก มีต้นลั่นทม ออกดอก กลิ่นหอม
แต่ไม่มีสักต้นที่หอมทวนลม

มีต้นโพธิ์พฤกษา ที่เดิบโตขึ้นมา ได้โดยไม่ต้องบังคับบัญชา
ความคุ้นเคยกับโกฐที่เก็บกระดูกบรรพชน
มีสนิทสนมเป็นอันดี
รู้ว่าอันนี้เป็นที่อยุ่ของใคร ของใคร
เคยอยู่บ้านไหนมาแล้วบ้าง
หรือเคยเป็นญาติพี่น้องบ้านไหนมาแล้ว
มีทั้งของเด็ก ของผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาวชายหญิง
จะมีโกดัง ที่วางโลงเต็มไปหมด
เป็นที่ที่จะซ่อนหาความเป็นตัวเองอย่างดี

ด้วยใจรักที่ฝึกวิทยายุทธมาตั้งแต่น้อย
ชำนาญทั้งหมัดมวยและวิชาตีนผี
จึงไม่ค่อยกริ่งเกรงว่าจะเผชิญกับอะไรมากนัก
ไม่ว่าเสียงสวดเสียงด่าของหลวงพี่หลวงพ่อตามวัด
หรือเสียงกรรโชค ของสุนัขที่นั่น
เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใด ต๊ะติ้งโหน่งเฮย
เสียงย่อมยอยศใครทั่วหล้า
เสียงสบถแว่วหวานแต่ใดมา
ถ้าผ่านโสตต๊ะติ้งโหน่งมา ก็ทะลุไป
อันกระบวนท่าตีนผีเผ่นแน่บอย่างไร้เทียมทาน
แหละหนังกะตื๊กสองง่าม ก็ทำให้เอาตัวรอดตลอดมา
เผ่นแนบไม่เหลือรอย ดุจรอยเท้านกกาในนภากาศ

บันทึก ลับละอ่อนชาติ
วันที่ 18 ธันวา 53

แก้วจ๋าหน้าร้อน:
 :13: ร่ายกวี สำนวนนักปราชญ์เลยครับ น้องต๊ะไม่ธรรมดาจริงๆ
^^ ขอแทรกบัญทึกลับ เพราะอดชื่นชมไม่ได้ครับ  :46:

ต๊ะติ้งโหน่ง:

--- อ้างจาก: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:28:57 pm --- :13: ร่ายกวี สำนวนนักปราชญ์เลยครับ น้องต๊ะไม่ธรรมดาจริงๆ
^^ ขอแทรกบัญทึกลับ เพราะอดชื่นชมไม่ได้ครับ  :46:

--- End quote ---

อ่าว เข้ามาได้ยังไง นี่บันทึกลับนะครับ

ต๊ะติ้งโหน่ง:
บันทึกลับตอนพบสหายต่างวัย

การที่ได้เข้าไปเล่นอยู่ในโอเอสิสตามวัด
ก็จับพลัดจับผลู ไปได้เจอสหายต่างวัย
แต่ใจเดียวกัน
ก็ไม่เป็นที่น่าแปลก เมื่อในวัดมักจะเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์
ที่มาหลบอาศัย
แต่ก็มีกุฎินึง เป็นของพระองค์นึง ที่เรามักเรียกท่านว่า
หลวงลุง
กุฎิของหลวงลุงนั้น เป็นดังสวนสัตว์
มีบ่อเลี้ยงปลาแรดตัวเขื่องหลายบ่อ ตัวใหญ่ๆ ขนาดที่จะเอาลงหม้อได้สำบาก
และก็เชื่องมาก ต้องหาขนม หาผลไม้มาให้กินบ่อยๆ

ไต้ถุนถูกกั้น เป็นกรง  มีไก่นานาชนิด อาศัยอยู่นกกระทา และไก่แปลกๆ
ทุกด้านของกุฎิถูกขึงไว่ด้วยกรงตาข่าย
ไม่มีใครดอดลอบปีนเข้ามาได้เลย

ภายในมีนกนานาชนิด อาศัยอยู่ ในกุฎิ นี้ด้วย
นกกางเขน นกเขา นกหัวจุก นกสารพัดชนิด

เป็นสวนสัตว์ย่อมๆ ที่ทำให้เด็กอย่างเรา ชอบเข้าไป
ไม่ต้องเสียตัง แถมมีขนมและกับข้าวให้กินด้วย

ก็เคยถามว่า หลวงลุงว่า เอาสัตว์พวกนี้มาจากใหน
หลวงลุงก็บอกว่า มีคนเอามาปล่อยบ้าง
บาดเจ็บพิการมาหล่นบ้าง
ก็เลยเอามาดูแลไว้ในกุฎิ ก็ต้องสร้างที่พักให้เพื่อป้องกัน
สุนัขและแมวที่จะมาคาบเอาไป
เมื่อมีมากเข้า ก็ออกลูกออกหลาน จนเต็มกุฎิ

กุฎิท่านนั้น เป็นเรือนตึกโบราณ ไม่มีหลังคา
เป็นดาดฟ้าเทปูน
ทางที่จะขึ้นได้ ก็มีแต่ใช้กะไดลิงไม้ไผ่เท่านั้น

เมื่อมีสวนสัตว์ย่อมๆ ไม่ไกลจากที่พัก ก้อเลยได้
ไปเที่ยวที่นั่น หาอะไรไปเลี้ยงสัตว์ที่นั่นเป็นประจำ
และก็มีโอกาส ได้เจอตัวอะไรๆที่บาดเจ็บบ้างพิการบ้าง
ไปเลี้ยงและดูแลที่นั่น
จนสนิทสนมกับสหายต่างวัย ที่เป็นพระองค์นี้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version