ผู้เขียน หัวข้อ: มองปัญหาด้วยปัญญา : งานวัด , ว่าด้วยเรื่อง อโคจร  (อ่าน 2219 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6719
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1516
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards


  ปุจฉา
       งานวัด

       
        กราบนมัสการหลวงปู่ด้วยความเคารพฮะ ผมใคร่ขอ ปุจฉา หลวงปู่ว่า "งานวัด" ครั้งเเรกเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน เเละ งานวัดครั้งนั้นเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้ริเริ่ม เเละ หลวงปู่ คิดอย่างไรฮะ กับงานวัดสมัยนี้ ที่มี ลิเกมั่ง เชิญนักร้องมา ร้องเพลงมั่ง มันเหมาะสมกับงานที่เรียกว่า "งานวัด" รึเปล่าครับ หลวงปู่ ขอบพระคุณครับ
       
       วิสัชนา
        คุณขี้สงสัย แล้วฉันจะไปรู้ได้อย่างไร ว่างานวัดมันมีขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ก็คงจะมีเมื่อตอนครั้งแรกที่สร้างวัดเวฬุวันวัดแรกถวายแก่ศาสดาโดยพระเจ้าพิมพิสาร เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็มีการเฉลิมฉลอง เพื่อประกาศให้คนทั้งหลายได้รู้ว่าวัดได้สร้างเสร็จแล้วพร้อมทั้งมีพระภิกษุสงฆ์มาอยู่อาศัยในวัดนั้น ระเบียบวิธีในการจัดงานวัดเพื่อเฉลิมฉลองก็มิได้มีจารึกธรรมเนียมใดๆ สุดแต่ประเพณีนิยมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ และจุดมุ่งหมายของการจัดงานนั้นว่า จะจัดเพื่อความรื่นเริงบันเทิงหรือจะจัดเพื่อส่งเสริมสนับสนุนต่อการปฏิบัติธรรม
       
        ฉันเข้าใจว่ายุคแรกนั้น งานวัดมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปฏิบัติธรรมกันมากกว่า ซึ่งสมัยนั้นบางวัดก็มีการทำเช่นนี้อยู่ และต่อมาภายหลังรูปแบบของการจัดงานก็เอนเอียงออกไปทางด้านสนับสนุนหล่อเลี้ยงกิเลสให้โต จึงต้องมีงานบันเทิงเริงรมย์ การละเล่น อย่างที่ปรากฏ คุณไม่ชอบก็อย่าเข้าไป ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะก็อย่าเข้าใกล้ ไปวัดที่ทำให้กิเลสคุณเบาบางก็ไม่มีใครว่าคุณทำผิด
       
       ปุจฉา
       ว่าด้วยเรื่อง อโคจร

        รู้สึกสับสน และสงสัย จึงขอกราบนมัสการถามความหมายที่แท้จริงของคำว่า อโคจร เพราะเห็นพระท่านจรกันจนงง หากฏเกณฑ์ และระเบียบวินัยไม่เจอ ขอท่านเมตตาคลายปมปัญหาให้ฆราวาสผู้ใผ่ในธรรมและต้องการความถูกต้องชัดเจนด้วยขอรับ
       
       วิสัชนา
        อโคจร คือบุคคลและสถานที่ที่ภิกษุไม่ควรเข้าใกล้และไปหา มี 6 คือ หญิงแพศยา(พวกหญิงขายตัว) หญิงหม้าย สาวทึนทึก ภิกษุณี กะเทย และร้านสุรา การคลุกคลีกับพระราชาแม้พวกมหาอำมาตย์ข้าราชการ พวกนักบวชนอกศาสนา พวกคฤหัสถ์ที่ไม่มีศรัทธา มีกิริยาหยาบช้า ก้าวร้าว เช่นนี้ก็ชื่อว่า อโคจร
       
        แม้ภิกษุ จำเป็นต้องเข้าไปในละแวกบ้าน เดินไปด้วยความไม่สำรวม เดินด้วยกิริยาเลิกลั่ก เหลียวซ้ายแลขวา มีกิริยาหลุกหลิก ดูผู้หญิง ดูผู้ชาย ดูเด็กหญิงชาย เดินชมดูร้านตลาด ข้างล่าง ข้างบน ซอกแซก เช่นนี้ก็ชื่อว่า อโคจร
       
        อีกอย่างหนึ่งภิกษุไม่มีสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรับรส กายถูกต้องสัมผัส ใจรู้อารมณ์ ขาดการระวัง ปล่อยให้อภิชฌา ความโลภ โทมนัส ความเสียใจเป็นทุกข์เข้าครอบงำ เป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามกเกิดขึ้น เช่นนี้ก็ได้ชื่อว่าอโคจร
       
        แม้ที่สุดภิกษุผู้ฉันอาหารที่ชาวบ้านเขาถวายด้วยศรัทธา แล้วขวยขวายแต่ในเรื่องของอกุศลธรรมเช่น ดูการฟ้อนรำ ขับร้อง ดูมหรสพ ดูการตีไก่ กัดปลา แข่งม้า ชนควาย ชนวัว ชกมวย และดูขบวนทัพ ดูการรบราฆ่าฟัน แม้ชื่นชอบหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ก็จัดว่าเป็นอโคจร
       
        คงจะเป็นพระบัญญัติข้อห้ามปฏิบัติเหล่านี้ ที่ผมยกมาจาก พระไตรปิฎกเล่มที่ 29 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส อัฏฐกวัคคิกะ สาริปุตตสุตตนิทเทส และมติสังฆมนตรีที่ 8/2493 ว่าด้วยเรื่องที่อโคจรไว้ 6 ข้อ คือ
       
        1. กำหนดสถานที่อโคจร
       
        2. กำหนดโทษให้สึกแก่ภิกษุสามเณรผู้ไปในสถานที่อโคจร โดยที่รู้ว่าเป็นที่อโคจร
       
        3. แจ้งให้เจ้าอาวาสกวดขัน ภิกษุสามเณรในวัดไม่ให้ไปในที่อโคจร
       
        4. แจ้งให้เจ้าคณะฝ่ายปกครองกำชับเจ้าอาวาส
       
        5. เมื่อภิกษุสามเณรต่างเมืองเข้ามาพักในจังหวัดใด ให้เจ้าอาวาสแจ้งสถานที่อโคจรของจังหวัดนั้นให้ทราบ และกำชับไม่ให้เข้าไปในที่อโคจรนั้น
       
        6. ให้เจ้าหน้าที่สารวัตร กองสังฆการี ทำการจับกุมพระภิกษุสามเณรผู้ผ่าฝืนส่งเจ้าคณะที่ใกล้ที่สุด เมื่อสอบสวนได้ความจริงแล้วจัดการสึกภายใน 7 วัน
       
        ต่อมามีคำสั่งของสมเด็จพระวันรัต สังฆนายก วัดเบญจมบพิตร สั่งไว้ในวันที่ 3 ตุลาคม 2501 ความว่า
       
        เรื่องให้เจ้าคณะเจ้าอาวาสเตือนพระภิกษุสามเณรไม่ให้ไปเที่ยวตลาดนัดท้องสนามหลวงและยืนดูการเสด็จพระราชดำเนิน
       
        ด้วยปรากฎว่า ได้มีพระภิกษุสามเณรโดยมากในจังหวัดพระนครและธนบุรีไปเที่ยวเตร่ซึ้อสิ่งของ ตามร้านค้าและดูการเล่นต่างๆ เบียดเสียดประชาชน ในวันเสาร์วันอาทิตย์ ณ ท้องสนานหลวง ซึ่งเป็นวันเปิดตลาดนัด เป็นการไม่สมควรแก่สมณวิสัย โดยเฉพาะท้องสนามหลวงในวันงานตลาดนัดนับเป็นสถานที่อโคจรอันพระภิกษุสามเณรไม่ควรไปตามพระวินัย และคณะสงฆ์ได้ประกาศห้ามไม่ให้พระภิกษุสามเณรไปเที่ยวในสถานที่อโคจรไว้แล้ว
       
        อีกประการหนึ่ง ปรากฎว่าในขณะที่สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า เสด็จพระราชดำเนินผ่านไปตามสถานที่ต่างๆ มักมีพระภิกษุสามเณรไปยืนคอยดูการเสด็จพระราชดำเนินเบียดเสียดปะปนกับประชาชนตามสถานที่นั้นๆ นับเป็นการไม่สมควรแก่สมณวิสัยเช่นเดียวกัน และเป็นที่ตำหนิติเตียนของสาธุชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่เสมอ
       
        ฉะนั้น จึงขอให้เจ้าคณะทุกชั้นเจ้าอาวาสทุกวัด จงตักเตือนพระภิกษุสามเณรและอาคันตุกะ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาและความรับผิดชอบของตนๆ ไม่ให้ไปเที่ยวเตร่ตลาดนัดท้องสนามหลวงและยืนคอยดูการเสด็จพระราชดำเนินในที่ต่างๆ อีกต่อไป ถ้ายังมีพระภิกษุสามเณรประพฤติฝ่าฝืนอยู่ ก็ให้จัดการลงโทษตามอำนาจหน้าที่โดยควรแก่โทษานุโทษต่อไป
       
        ได้หยิบยกนำเอาข้อห้าม ขององค์กรปกครองสงฆ์และคำสั่งของพระมหาเถระครั้งกระโน้นมานำเสนอก็เพื่อจะยืนยัน นั่งยันนอนยันว่า พระผู้ใหญ่สมัยก่อนนั้นท่านมีความละอาย ท่านเคารพพระพุทธเจ้าอย่างจริงใจ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทั้งยังช่วยกันปกป้องคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นจากมลทิน ซึ่งดูจะแตกต่างจากสมัยนี้


http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9470000099103


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1738
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 3.6.8 Firefox 3.6.8
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
 :45: อนุโมทนาครับพี่มด^^
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham