ผู้เขียน หัวข้อ: พระพุทธเจ้าครองใจคนได้อย่างไร  (อ่าน 1266 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ แปดคิว

  • ทีมงานก้านแก้วเกล็ดใบทอง
  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 797
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 389
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 7.0.517.41 Chrome 7.0.517.41
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.blogger.com/home
    • Awards
พระพุทธเจ้าครองใจคนได้อย่างไร
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 09:25:47 PM »
ใครว่าเป็นผู้นำต้องไม่ทำงานหนัก หากใครพูดอย่างนี้คงเป็นผู้นำคนไม่ได้ และคงไม่เหมาะสมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำไม่ว่าระดับไหนก็ตาม ผู้นำต้องทำงานหนักแน่นอน อยู่ที่ว่าจะหนักแบบไหนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับลักษณะที่รับผิดชอบ เป็นผู้นำแล้วไม่ทำงาน หรือทำงานน้อยๆ หรือทำไปวันๆ พอแล้วไม่ได้ เพราะถ้าทำอย่างนี้ก็ยากที่จะครองใจลูกน้องบริวาร หรือนั่งอยู่ในกลางใจผู้คนได้

ผู้นำทั้งหลายถ้าไม่มีใครเป็นต้นแบบอยากให้ดูพระพุทธเจ้าเป็นโมเดล บรรดาภิกษุหรือฆราวาสจะหาคนที่ทำงานหนักเฉกเช่นพระองค์นั้นไม่มีแน่ ถ้านับชั่วโมงทำงานของคนทั่วไปวันหนึ่งทำประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่พระพุทธเจ้าทรงงานเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันเป็นเวลา 45 ปี เรียกว่าแทบหาเวลาพักผ่อนบรรทมนั้นไม่มี

ทรงงานหนักแต่เช้ามืดทุกวัน

งานของพระองค์คือการเป็นครู ทรงเป็นครูสอนของเทวดาและมนุษย์ หน้าที่คือทรงสอนให้รู้จักการละความชั่ว ทำความดี และชำระจิตของตัวเองให้สะอาด เรียกว่าเป็นงานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยเงินทอง ในขณะเดียวกันก็ไม่ทรงหวังสิ่งตอบแทนใดๆ ในรูปของวัตถุสิ่งของและเงินตราจากผู้นั้นด้วย ทรงหวังแต่เพียงว่าให้เขามีความสุข ถ้ามีทุกข์ก็ให้คลายหายจากความทุกข์ นี่คือเป้าหมาย

"พุทธกิจแรกในวันใหม่เริ่มตั้งแต่เช้ามืดของทุกวันจะทรงตรวจดูสัตวโลกเพื่อหาคนที่มีอุปนิสัยที่จะเทศนาสั่งสอน ทรงตรวจดูว่าวันนี้คนที่จะไปเทศน์สอนนั้นเป็นใคร เป็นคนกลุ่มไหน เป็นเศรษฐีหรือคนยากจนมีร่างกายสมประกอบหรือพิการ มีอุปนิสัยอย่างไร มีจริตอย่างไร และคำสอนชนิดไหนที่จะเหมาะกับเขา สอนแล้วผลที่เขาจะได้รับเป็นอย่างไร ได้ขั้นไหน ขั้นบรรลุมรรคผลหรือขั้นอรหันต์ หรือขั้นแค่ให้เขาศรัทธาในพระรัตนตรัย" ดร.บรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ประจำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ไม่เกี่ยงสถานะของผู้นั้นจะเป็นเช่นไร

ในโลกนี้จะหาผู้นำที่มีความยุติธรรม ไม่มีอคติไม่เลือกที่รักมักที่ชังยากนักหนา เพราะส่วนใหญ่ที่เห็นผู้นำมักจะไม่สามารถผดุงความยุติธรรมเอาไว้ได้ เพราะมุ่งแต่ประโยชน์ตน กลุ่มตน และพรรคตนเป็นสำคัญ ปากมักจะพูดว่ายุติธรรม ไม่มีอคติ แต่ใจหาเป็นเช่นนั้นไม่

สำหรับพระพุทธเจ้าแล้วทรงเป็นผู้นำที่ทรงวางพระองค์เป็นกลางจริงๆ ในการที่จะเสด็จไปเทศนาสอนใครนั้น ไม่ทรงมีอคติ ไม่ว่าผู้นั้นจะไม่ชอบหรือคิดประทุษร้ายพระองค์ นอกจากนี้ในการเดินทางไปเทศนาสั่งสอนก็ไม่ทรงเกี่ยงในเรื่องระยะทาง ไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ไกลแค่ไหน เป็นร้อยโยชน์พันโยชน์ และมีภูมิประเทศแห้งแล้งแค่ไหน ขอเพียงเขาผู้นั้นพร้อมที่จะรับฟังธรรมก็พร้อมที่จะเสด็จไปโปรดทุกเมื่อ

ประการสำคัญ พระบรมครูจะไม่ทรงเกี่ยงในเรื่องของสถานะของผู้นั้นว่าเขาเป็นอะไร เป็นพระหรือฆราวาส เป็นราชา หรือราษฎร เป็นโจรผู้โหดร้าย หรือคนนอกพุทธศาสนาที่ไม่ชอบพระพักตร์พระองค์ ถ้าเขามีอุปนิสัยแล้วจะต้องเสด็จไปให้ได้และไม่ทรงคำนึงว่าจะมีฐานะอย่างไร รวยหรือจน เพราะมีพระทัยเสมอในทุกคนโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังเหมือนที่ผู้นำหลายๆ คนเป็น

แต่จะเห็นว่าผู้นำบางคนถ้าจะทำประโยชน์อะไรให้ประชาชน ก็จะไม่มองลงไปที่ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก แต่จะมองว่าประชาชนในภาคนี้ จังหวัดนี้เป็นฐานคะแนนของตนก็ทำให้ก่อนแต่สำหรับพระพุทธเจ้าไม่ทรงเป็นผู้นำแบบนี้แน่นอน

ทำงานโดยมีเมตตาเป็นพื้นฐาน

ผู้นำบางคนมักจะมีอคติอยู่ในใจและทำงานบนพื้นฐานของความโกรธ ทำให้ลูกน้องบริวารต้องทำงานอย่างหวาดระแวงและไม่มีความสุข ได้ยินเสียงนายทีไรเป็นสะดุ้ง แต่พระพุทธเจ้าทรงงานโดยมีพระเมตตาและมหากรุณาเป็นพื้นฐาน เพราะในสายพระเนตรพระองค์สัตวโลกทั้งหมดล้วนตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น จึงต้องการที่จะช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ด้วยพระทัยเมตตากรุณา ขนาดพระเทวทัตที่ตั้งตนเป็นศัตรูก็ไม่เคยโกรธตอบแต่กลับมีพระทัยปรารถนาดีต่อพระเทวทัตทุกเวลา

"พระพุทธองค์ทรงหวั่นไหวคืออนาทรกับความทุกข์ร้อนของสัตวโลกมาก เมื่อสัตวโลกประสบกับความทุกข์ก็ทรงมีพระเมตตามาสั่งสอนให้เขาพ้นทุกข์ตลอด 45 ปี และนี่คือสิ่งพระองค์ทรงครองใจคนได้" ดร.บรรจบ กล่าว

พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวเสริมว่า พระพุทธเจ้าได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีเมตตากรุณาต่อสัตวโลก ทั้งคนที่ทรงรัก คนที่รักพระองค์ และคนที่รังเกียจคิดประทุษร้ายพระองค์ เช่น พระเทวทัต ที่ไม่ผูกโกรธ ไม่ว่าร้าย ไม่ประทุษร้ายตอบ ทรงงานหนักโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยใดๆ้นแก่เหน็ดเหนอยน ทรงทำประโยชน์กับสังคมมากและไม่ทรงหวังประโยชน์ใดๆ จากสังคมเลย เพียงแค่มีปัจจัย 4 เพื่อทรงมีพระกำลังในการทำประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไปเท่านั้น

ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า

ในส่วนของวิธีการสอนของพระองค์นั้น ซึ่งเป็นที่ประทับใจและครองใจคนนั้นมีมากมายยากที่จะนำมากล่าวในที่นี้ได้หมดสิ้นจึงขอนำมากล่าวเป็นบางส่วน เช่น บางครั้งไม่ทรงใช้วิธีการหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะการที่จะใช้วิธีนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

พระศรีญาณโสภณ กล่าวว่า วิธีหักด้ามพร้าด้วยเข่าเป็นเรื่องที่ต้องระวัง ต้องละเอียดคิดให้ดีถ้าจะใช้ และพระพุทธองค์ก็ไม่ทรงใช้วิธีนี้หันไปใช้วิธีอื่นแทน อย่างกรณีที่พระวัดโฆสิตารามเมืองโกสัมพีทะเลาะกันรุนแรงมากทรงห้ามอย่างไรก็ไม่ฟังแทนที่จะลงโทษพระก็หันไปลงโทษพระองค์แทนด้วยการเสด็จหลีกหนีพระเหล่านั้นไปอยู่ป่ากับลิงและช้าง

"ชาวบ้านเมื่อไม่เห็นพระพุทธเจ้าก็พานโกรธพระไม่ยอมใส่บาตรทำให้พระต้องอดข้าวจนในที่สุดต้องหันมาสามัคคีกันแล้วเดินทางไปขอขมาพระพุทธเจ้านิมนต์ให้เสด็จกลับมา กลับมาแล้วชาวบ้านก็หันมาใส่บาตรดังเดิม นี้ก็เป็นพุทธวิธีครองใจคนอย่างหนึ่งของพระพุทธเจ้า" พระศรีญาณโสภณ กล่าว

การที่พระพุทธเจ้าทรงครองใจคนมาถึงวันนี้ 2,552 ปีเข้าแล้ว เพราะทรงงานหนักด้วยพระทัยที่มีพระเมตตาและพระมหากรุณาเป็นที่ตั้ง ปราศจากอคติทั้งสี่ มีความเป็นกลาง ทรงมีพระทัยในทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้นั้นจะชอบหรือรังเกียจพระองค์ ไม่ว่าผู้นั้นจะรวยหรือจน ทุกคนทรงให้ความเท่าเทียมหมด ไม่มีเหลื่อมล้ำ จึงยากที่จะหาผู้นำคนใดมาเทียบพระองค์ได้ในทุกกรณี

ฉะนั้น ผู้นำยุคนี้ถ้าหวังจะเป็นผู้นำที่ครองใจคนทั้งประเทศหากยังหาต้นแบบไม่เจอก็ขอให้ดูพระพุทธเจ้าเป็นแบบปฏิบัติ


http://variety.teenee.com/saladharm/30761.html


*8q*

ก่อนเกิดใครเป็นเรา
เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร

สิ่งที่ทำอยู่คือกรรมใหม่
ผลที่ได้รับคือกรรมเก่า

ฟังในสิ่งที่ไม่ได้ยิน
มองในสิ่งที่ไม่เห็น
ทำในสื่งที่ไม่มี   

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1740
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 3.6.12 Firefox 3.6.12
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
Re: พระพุทธเจ้าครองใจคนได้อย่างไร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 10:47:08 PM »
 :45: อนุโมทนาสาธุครับ ขอบคุณครับพี่แทน
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham