ผู้เขียน หัวข้อ: มองความรักของแม่ ... ผ่านภาพยนต์เรื่อง The Road Home  (อ่าน 7800 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6719
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1516
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards








July 28, 2007

มองความรักของแม่ .. ผ่านภาพยนต์เรื่อง .. The Road Home

ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เปี่ยมล้นไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นระหว่างความรักที่แนบแน่นของคนคู่หนึ่ง โดยการเรียงร้อยผูกเรื่องให้ย้อนหลังจากการตายของฝ่ายสามี โดยที่ภรรยาคือได๋ ขอให้ผู้ใหญ่บ้านเรียกตัวลูกชายของเธอกลับมาจากในเมือง เพื่อช่วยจัดการธุระของนางและสามี

ธุระที่ว่านั้น … ก็คือความตั้งใจที่จะเคลื่อนย้ายศพของสามีของนางจากโรงพยาบาลกลับสู่หมู่บ้านตามประเพณีเดิม นั่นคือการใช้แรงงานแบกศพกลับมา อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ในการดำเนินการก็คือพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงระหว่างทางกลับหมู่บ้าน

ได๋ … เชื่อว่าความดีงามที่สามีของนางที่ได้สร้างสมไว้ตลอดชีวิตการเป็นครูประจำหมู่บ้านน่าจะช่วยให้มีคนมากเพีงพอที่อยากจะรับอาสาแบกโลงของเขากลับมาทำพิธีที่หมู่บ้าน

ณ ถนนสายนั้น .. ทางกลับหมู่บ้านนั่นเอง ที่ตำนานรักของทั้งคู่ได้เรื่มขึ้น ….

ฉันชอบมากอยู่ตอนหนึ่ง คือตอนที่ครูหนุ่มสัญญาว่าจะแวะมากินซาลาเปาไส้เห็ดที่บ้านของได๋ แต่บังเอิญเขาต้องเดินทางไปรายงานตัวอย่างกระทันหันต่อพรรคคอมมิวนิสต์

ได๋ตั้งใจปรุงซาลาเปาอย่างอร่อยที่สุด บรรจงหยิบซาลาเปาใส่ชามใบสำคัญ ห่อผ้า และวิ่งตามรถที่ชายคนรักนั่งไป เพื่อนำซาลาเปาไปให้เขา เธอวิ่งตามไม่ทัน และสะดุดล้มจนชามใบนั้นแตกเป็นเสี่ยง

… ครูจำชามใบนี้ได้ไหม … เธอเคยถาม .. เมื่อเขามากินข้าวที่บ้าน … ชามใบนั้นได๋เคยใส่ข้าวแสนอร่อยไปตั้งไว้ ระหว่างที่ผู้ชายในหมู่บ้านถูกเกณฑ์ไปช่วยกันสร้างโรงเรียน โดยผู้หญิงมีหน้าที่ส่งเสบียง และไม่อาจเข้าไปในบริเวณก่อสร้างได้

เธอหวังเสมอว่า … ในบรรดาอาหารทั้งหมดที่หญิงสาวในหมู่บ้านปรุงมาให้ .. ครูจะเลือกชามของเธอ ..

บัดนี้ … ชามใบนั้นแตกเสียแล้ว .. พร้อมๆกับเขาก็จากเธอไป …

วันหนึ่ง .. มีช่างซ่อมถ้วยชามหาบเครื่องมือมาเร่รับปะถ้วยขามในหมู่บ้าน แม่ของได๋ร้องเรียกช่างให้แวะมาช่วยซ่อมปะชามใบนั้นที่แตก

“ค่าตะปูปะชามอาจจะแพงกว่าซื้อชามใบใหม่ก็ได้นะ”  ช่างกล่าว

“เป็นมรดกหรือเปล่า”

“เป็นของสำคัญซินะ”

…………

“ฮื่อ … ของลูกสาวเค้า .. คนที่เคยใช้เขาจากไปแล้ว เอาหัวใจของลูกสาวไปด้วย”

ช่างซ่อมยิ้ม และบรรจงปะชามใบนั้นอย่างประณีตบรรจง

เมื่อได๋กลับมาบ้านและเปิดตู้กับข้าวในตอนเย็น เธอเห็นชามใบนั้นวางอยู่ในตู้ แม้มีรอยปุปะ แต่มันกลับใช้การได้ใหม่ เธอยืนน้ำตาร่วงอยู่ตรงนั้น

…….

ฉันรักแม่ของได๋จัง ขณะนั้นโลกทั้งโลกของเธอมีแค่กันและกันแค่สองคน เมื่อลูกสาวตกอยู่ในห้วงของความทุกข์โศกสาหัสสากรรจ์แห่งชีวิต ผู้เป็นแม่ยื่นมือเข้ามาซ่อมแซมให้ อยู่ข้างๆและปกป้องช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ชีวิตเกิดขึ้นและดำรงอยู่พร้อมๆกับถูกใช้จ่าย … บ่อยครั้งที่มันสึกกร่อน เว้าแหว่ง และขาดวิ่น จึงเป็นเรื่องที่คนแวดล้อมต้องช่วยกันซ่อมแซม

ที่จริงก่อนหน้านั้นผู้เป็นแม่ได้เตือนได๋ด้วยความห่วงใยไว้แล้วว่า … อย่ารักเขาให้มาก เพราะเป็นความรักที่ยากจะเป็นไปได้ เรากับเขาต่างกันมาก … แม่ว่า

มาบัดนี้ … ความรักของใครบางคนที่หยิบยื่นให้แล้วจากไป ได้กลายเป็นยาพิษที่ทำร้ายหัวใจของได๋

ขณะความรักของแม่

กลับเป็นโอสถเยียวยา

……..

ลองคิดดู แล้วมองไปรอบๆ

เมื่อใครคนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด

…  ล้มลุกคลุกคลาน ….

มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยซ่อมแซมบ้างไหม



อย่าปล่อยให้คนข้างๆตัวคุณโดดเดี่ยวเกินไป

แม้จะต้องเสียค่าปะซ่อมมากสักหน่อย

แต่เพื่อให้กลับมาใช้งานได้

บางทีก็ต้องช่วยกันลงทุน



การอยู่ร่วมกัน …

ไม่ใช่เพียงที่จะจับจ่ายใช้สอยคืนและวัน

ในฐานะที่เป็นกำไร หรือดอกผลแห่งชีวิตเท่านั้น

ยังต้องใช้ทุนรอนร่วมกันด้วย


THE ROAD HOME TRAILER




……..



Director : Zhang Yimou

Cast       : Zhang Ziyi , Sun Hong-Lei

Story     : Based on the story “Remembrance” By Shi Bao



Awards : 2000 Berlin International Film Festival

·         Ecumenical Jury Prize

·         Silver Berlin Bear

                2001 Sundance Festival

·         Audient Ward (world Cinema)

               


               




 
http://www.oknation.net/blog/supawan/2007/07/28/entry-1


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6719
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1516
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0
    • ดูรายละเอียด
    • Awards




บทความพิเศษจากมติชนสุดสัปดาห์

ธเนศวร์ เจริญเมือง

"ถนนกลับบ้าน" : (1) ความรัก, ความหวัง, ครอบครัว และชุมชน



"One must learn to read and write,

One must learn arithmetic,

Keep a journal faithfully,

Know the present, know the past...

Spring, summer, fall, and winter,

Four seasons in a year,

East, west, north, and south...

In everything, there is a purpose

Know respect for your elder."



"คนเราต้องรู้จักอ่านและเขียน

คนเราต้องรู้วิชาคณิตศาสตร์

หมั่นศึกษาหาความรู้อย่าให้ขาด

รู้จักปัจจุบัน, รู้จักอดีต...

รู้จักฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วง, ฤดูหนาว

ว่าหนึ่งปีมีสี่ฤดู

(รู้จัก) ทิศตะวันออก, ตะวันตก, เหนือ และใต้...

ทุกอย่างล้วนมีจุดมุ่งหมาย

รู้จักให้ความเคารพต่อผู้มีอาวุโส..."

คำสอนของครูหลัว ฉ่างหยู เขียนบนกระดาน

ให้นักเรียนหัดอ่านในวันแรกของการสอน ที่หมู่บ้านในชนบท

เป่า ฌือ (Bao Shi) นวนิยายเรื่อง "ความทรงจำ" (Remembrance)



"ภาพยนตร์ "ถนนกลับบ้าน" เป็นละครที่กระทบความรู้สึกได้อย่างเฉียบขาด (poignant) คว้ารางวัลนานาชาติกลับจีนมากมาย เป็นภาพยนตร์ที่เสนอเรื่องราวที่ตัวละครมีบุคลิกโดดเ ด่นและทุ่มเทมาก (virtually sumptuous, character-driven) ที่คนดูชื่นชม..."



ความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องเล็กๆ

เมื่อภาพยนตร์ของ จาง อี้ โหมว (Zhang Yimou) ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวจีนนามกระเดื่อง เรื่อง The Road Home (ฝ่ายจัดจำหน่ายของไทยแปลว่า "เส้นทางรักนิรันดร") ปรากฏออกมาในปี พ.ศ.2542 ภาพยนตร์เรื่องนี้มิอาจเทียบได้กับภาพยนตร์เรื่องอื่ นๆ ที่สร้างโดยผู้สร้างคนเดียวกันแต่โด่งดังกว่ามาก คือเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon (2543); Hero (2545), และ House of Flying Daggers (2547) ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวรบ ลีลาแพรวพราว อีกทั้งภาพสวยใสและปรัชญาลึกๆ ที่ภาพยนตร์ต้องการจะสื่อให้ผู้ชม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของชาวตะวันตกซึ่งนิยมภาพยนตร์แน วรบ-รัก-ปรัชญา

แต่ภาพยนตร์เรื่อง The Road Home ซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกว่า "ถนนกลับบ้าน" กลับเสนอแง่มุมเล็กๆ ของครอบครัวและหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อพิจารณาหลายๆ ครั้งผู้เขียนเห็นว่าโดยองค์รวม แนวคิดและเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เสนอปรัชญา, อารมณ์ความรู้สึกของคนในครอบครัว, ทัศนะและประเพณีของชุมชน ตลอดจนบทบาทของปัจจัยภายนอกได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ภาพยนตร์เรื่อง "ถนนกลับบ้าน" นำมาจากนวนิยายของ เป่า ฌือ (Bao Shi) เรื่อง ความทรงจำ (Remembrance) มีตัวละครหลักเดินเรื่องเพียง 2-3 คน แต่ด้วยวิธีการนำเสนอแนวคิด บทบาท สังคมชนบทและสังคมรอบๆ ให้เห็นในขณะนั้นอย่างแจ่มชัด บวกกับฝีมือการถ่ายทำ-การลำดับเนื้อเรื่อง และฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมของตัวเอกฝ่ายหญิง (ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้จีนแจ้งเกิดนักแสดงสาวดาวรุ่ งดวงใหม่ Zhang Ziyi (จาง จื่อยี่) วัย 19 ปี (เกิด 1980) โปรดดู http://www.hetglimse.com/celebs/pages/ziyi zhang/index.shtml)

ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงกลายเป็นภาพยนตร์เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ใครไม่ได้ชมก็นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง

นิยายของเป่า ฌือ เรื่องนี้ระบุว่าพระเอกของเรื่องบันทึกว่าดีใจจะได้ไ ปสอนหนังสือในชนบทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ.1957 (พ.ศ.2500) วิเคราะห์จากช่วงเวลาดังกล่าว และองค์ประกอบต่างๆ ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะเห็นกลวิธีการนำเสนอและบทวิจารณ์ของผู้สร้างภาพ ยนตร์ได้อย่างแยบยลและน่าสนใจยิ่ง

ส่วนสถานที่ของเรื่องก็น่าจะเป็นแถบมณฑลเสฉวนหรือระด ับเดียวกันนั้น เพราะความหนาวลำเค็ญของพื้นที่ ปริมาณหิมะที่มีมากในช่วงฤดูหนาว และที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า มีลูกศิษย์ของครูเดินทางมาไกลจากเมืองกว่างโจว (Guang Zhou) มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งจากวิธีพูดก็บอกว่าลูกศิษย์บางคนต้องจากบ้านเกิด ไปทำงานไกลจากบ้านระดับ 1 พันกิโลเมตรทีเดียว



เนื้อเรื่องมีว่าในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลชื่อ ซัน เหอทุน (San Hetun) ครูหลัว ฉ่างหยู (Luo Changyu) วัยเกษียณออกเดินทางฝ่าความหนาวไปยังเมืองต่างๆ เพื่อหาทุนรอนมาสร้างอาคารเรียนใหม่เพราะอาคารเดิมมี ขนาดเล็กและเก่ามาก ที่สุดก็ติดพายุหิมะ ร่างกายที่อ่อนแอก็ล้มป่วยและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลใ นเมือง คุณป้าจ้าว ตี้ (Zhao Di) ภรรยาปรารถนาจะเห็นการหามโลงศพ เดินกลับบ้าน ไม่ว่าจะต้องฝ่าความหนาวเหน็บ หิมะและพายุหิมะเพียงใด

ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าเป็นไปได้ยากเพราะคนหนุ่มสาวในหมู ่บ้านออกไปทำงานในเมืองกันหมดแล้ว เหลือแต่คนชราและเด็กๆ แต่คุณป้ายังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม

ผู้ใหญ่บ้านจึงไม่มีทางเลือกนอกจากโทรเลขด่วนถึง หลัว หยู่เฉิง (Luo Yucheng) ลูกชายคนเดียวของครูและคุณป้าที่เป็นคนเดียวในหมู่บ้ านที่เข้าไปเรียนจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเมือง และบัดนี้ทำงานในเมืองให้กลับมาจัดการแก้ไขปัญหานี้

หยู่เฉิงรีบกลับบ้าน และเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็รีบไปหาแม่ที่นั่งรำพึงรำพันคร่ำครวญหาพ่ออยู่ที่โ รงเรียนอันหนาวเหน็บ ลูกรีบพาแม่กลับบ้าน ทันทีที่การสนทนาเป็นการเป็นงานเริ่มขึ้น แม่ก็เสนอให้ลูกนำเครื่องทอผ้าที่ไม่ได้ใช้มานานแล้ว ออกมา แม่ยืนยันจะทอผ้าคลุมโลงศพตามประเพณีเดิม ลูกชายเสนอให้แม่พัก และจะไปหาซื้อผ้าในตลาดให้ แม่ไม่ยอม

ลูกชายเสนอใช้รถไถนาใส่โลงศพกลับบ้าน เพราะไม่มีคนหาม แม่ยืนยันว่าตามประเพณีต้องเดินด้วยเท้าหามโลงศพกลับ บ้าน เพราะนี่คือเส้นทางกลับบ้าน ไม่มีคนที่หมู่บ้านนี้ ก็น่าจะหาทางจ้างคนในหมู่บ้านอื่นได้บ้าง

บ่ายวันนั้น ลูกชายนำเอาเครื่องทอผ้าไปให้ช่างจัดการซ่อม หลังซ่อมเสร็จและหลังอาหารเย็น แม่ก็นั่งหน้าเครื่องทอผ้า ลงมือทำงานทันที และบอกให้ลูกชายไปนอนที่ห้องทำงานของพ่อ

ที่โต๊ะทำงานของพ่อ รูปถ่ายรูปเดียวบนโต๊ะก็ปรากฏเด่นให้ลูกชายได้ประจัก ษ์อีกครั้ง ภาพหญิงสาวสวย ยิ้มสดใสวัย 21 ปี ยืนเคียงคู่กับครูหนุ่มวัย 23 ปีในวันแต่งงานของคนทั้งสอง

หยู่เฉิงเพ่งมองภาพนั้นนาน...เนิ่นนาน แล้วก็เอี้ยวตัวไปมองที่หญิงที่อยู่ในภาพซึ่งบัดนี้อ ยู่ในวัย 50 เศษ เธอที่กำลังทอผ้าผืนนั้นอย่างมุ่งมั่น โดยไม่เหลียวหันมามองลูกชายคนเดียว

และแล้ว ภาพแห่งอดีตของความรักนั้นก็ปรากฏขึ้น...

ตั้งแต่เริ่มต้นของภาพยนตร์ที่เป็นภาพขาวดำ และขมุกขมัวด้วยหิมะเปื้อนฝุ่นโคลนทั่วทั้งหมู่บ้าน ภาพอดีตของครูหนุ่มและหญิงสาวกลับแจ่มชัดจัดจ้านด้วย สีสันสดสวยของใบไม้ ต้นไม้ เนินเขาและทิวทัศน์ชนบท เริ่มตั้งแต่ตอนที่ครูหนุ่มวัย 20 ปีนั่งรถม้าจากในเมืองมาสอนในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้เป็ นฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเปิดภาคการศึกษาพอดี

เป็นเรื่องรักอันแจ่มใส งดงามและมีชีวิตชีวาที่ตราตรึงในใจของคนหลายๆ คน โดยเฉพาะของคุณป้าจ้าว ตี้ ผู้อยู่หลัง และตอกย้ำด้วยสีสันพรรณไม้ ท้องทุ่ง ดงดอย และชนบทอันแสนงาม

และคงจะซาบซึ้งตรึงใจคนดูหลายคนอีกนาน และสำหรับบางคนก็อาจคิดไม่ออกว่าในชั่วชีวิตหนึ่ง ยังจะมีเรื่องรักใดอีกหนอที่มุ่งมั่น อบอุ่น และงดงามพอจะเทียบเคียงกับเรื่องรักเรื่องนี้ได้



จ้าว ตี้ สาววัย 18 อยู่กับแม่ 2 คน เธอต้องทำงานดูแลแม่ แม่ที่ร้องไห้คร่ำครวญกับการจากไปของพ่อจนตาบอด

แม้ประเพณีคลุมถุงชนจะถูกยกเลิกไปแล้วโดยพรรคคอมมิวน ิสต์จีน และพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเข้ายึดเมืองหลวงได้แล้วตั้ง แต่ ค.ศ.1949 แต่ชนบทจีนที่ห่างไกลในปี ค.ศ.1957-1958 หรือ 8-9 ปีหลังเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองก็ยังคงติดอยู่ในกรอ บประเพณีเดิม หนุ่มสาวยังมิอาจเลือกคู่ครองได้อย่างเสรี ทุกคู่จัดการโดยผู้ใหญ่ของสองฝ่ายด้วยความช่วยเหลือข องแม่สื่อพ่อสื่อ ซึ่งแสดงว่าหมู่บ้านซัน เหอ ทุน นี้อยู่ห่างไกลจากอำนาจรัฐมาก และเหมือนกับจะบอกว่าอันความกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีนแ ละความยากลำบากในการเดินทางติดต่อในสมัยนั้นคงจะมีหม ู่บ้านในชนบทที่ห่างไกลมากๆ ยังคงถูกจองจำด้วยประเพณีที่ล้าหลังต่อไป

มีคนมาสู่ขอจ้าว ตี้ หลายคน แต่เธอไม่สนใจใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง ครูหนุ่มวัย 20 ปีเดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน ศรรักก็ปักใจเธอกลางดวง เมื่อมีครูอาสาสมัครมาสอน แต่ยังไม่มีอาคารเรียน ชาวบ้านก็ต้องช่วยกันสร้างอาคารเรียน เมื่อต้องช่วยกัน แต่ละบ้านก็ต้องทำอาหารคนละอย่างไปสนับสนุนคณะทำงานส ร้างโรงเรียนทุกเที่ยง ส่วนมื้อเย็นและมื้อเที่ยงหลังเปิดโรงเรียนแล้ว ก็ให้ครูเวียนแวะไปกินตามบ้านต่างๆ ตามตารางที่กำหนด ซึ่งแสดงว่าครูได้รับเงินเดือนน้อยมากหรือไม่ได้เลย ชาวบ้านจึงต้องช่วยดูแลครูเรื่องอาหาร

จ้าว ตี้ ทุ่มเททำกับข้าวที่เธอถนัดสุดฝีมือ หวังจะให้เขาได้กินสิ่งที่ดีๆ เลือกถ้วยใบเดียวกันทุกวันเพื่อหวังให้เขาจำได้ และยังหาตำแหน่งวางถ้วยในจุดที่เธอหวังว่าเมื่อเขาเด ินมาที่โต๊ะรวมเขาจะไปถึงจุดนั้นก่อน มองเห็นและเลือกหยิบถ้วยใบนั้นก่อนใบอื่นๆ

ประเพณีของชนบทแห่งนี้ สตรีไม่มีสิทธิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการก่อสร้างใดๆ หรือระหว่างการกินอาหาร ได้แต่นำอาหารไปวางแล้วนั่งรอห่างๆ จนการกินอาหารเสร็จสิ้น สตรีก็จะนำถ้วยชามกลับไปล้าง

จ้าว ตี้ ยังได้รับเลือกให้เป็นคนทอผ้า เพื่อทำเป็นธงสีแดงไปติดที่อาคารใหม่ เป็น Red Lucky Banner หวังนำโชคมาให้ คนทำธงผืนนี้ต้องฝีมือดีและที่สำคัญยังไม่แต่งงาน แน่นอนเธอทุ่มเทการทอสุดฝีมือ นอกจากนั้น ยังเดินทางไปตักน้ำในจุดที่ไกลออกไปกว่าเดิม เพราะบ่อน้ำที่ว่าต้องผ่านอาคารเรียนที่กำลังก่อสร้า ง

อาคารเรียนสร้างเสร็จแล้ว ธงแดงโบกสะบัดแล้ว (แม้เธอจะไม่มีโอกาสนำไปมอบให้เขากับมืออย่างที่ตั้ง ใจไว้) ผู้คนหลั่งไหลไปฟังครูสอนหนังสือรอบๆ อาคาร หนึ่งในนั้นที่วิ่งไปฟังและไปฟังได้ทุกๆ วันต่อจากนั้น แน่นอนคือเธอ

เสียงของครูดังกังวาน หนักแน่น และเร้าใจ เนื้อหามีความหมายยอดเยี่ยม เยาวชนก็อ่านออกเสียงดังตามครูได้อย่างน่าปลาบปลื้ม

อา...สุขใดสำหรับชาวชนบทผู้ห่างไกลแสงสีและความเจริญ ทุกด้าน จะยิ่งใหญ่น่าตื้นตันไปกว่าสุขที่บัดนี้ ชนบทของเขา แสงสว่างแห่งสติปัญญาได้ถูกจุดขึ้นแล้วสำหรับลูกหลาน ของพวกเขา ลูกหลานอันเป็นความหวังไปสู่อนาคต

"คนเราต้องรู้จักอ่านและเขียน คนเราต้องรู้จักวิชาคณิตศาสตร์

หมั่นศึกษาอย่าให้ขาด รู้จักปัจจุบัน รู้จักอดีต..."

แต่เปลวไฟแห่งรักที่พุ่งพล่านในใจของจ้าว ตี้ สิ มิได้น้อยไปกว่าความสุข ความปีติและความหวังของพี่น้องทั่วทั้งหมู่บ้านเลย

จ้าว ตี้ ดูแลแม่ตาบอดของเธอแล้วก็ไปที่โรงเรียน ตอนเย็นหลังเลิกเรียน ครูเดินไปส่งลูกศิษย์กลับบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง เธอก็แอบตามไปดูห่างๆ และเมื่อกล้าขึ้นๆ ก็เข้าไปใกล้มากขึ้น จนได้คุยกันสั้นๆ ได้รู้จักกันต่อหน้าเด็กๆ และที่จริง ครูก็ได้เห็นเธอและแอบมองเธอตั้งแต่วันแรกที่ครูมาถึ งแล้ว

จ้าว ตี้ ทุ่มเททำอาหารสุดฝีมือเมื่อถึงวันที่ครูมาที่บ้าน แม่ตาบอกดีใจที่ครูทานข้าวได้อย่างเอร็ดอร่อย จึงถามเรื่องชีวิตส่วนตัว เมื่อจ้าว ตี้ ได้ยินว่าครูยังโสด และไม่มีคู่หมั้น เธอจึงถามครูทันทีว่าจำถ้วยใบที่ใส่อาหารไปส่งทุกมื้ อกลางวันได้ไหม จำได้ไหมว่าได้ทานอะไรบ้าง

แม่พาซื่อก็รีบบอกว่าลูกสาวตั้งอกตั้งใจมากในการทำอา หารมื้อกลางวันแต่ละครั้ง ต่อเมื่อครูจากไป แม่คงนึกออกว่าลูกสาวกำลังคิดอะไร จึงรีบตักเตือนลูกว่าคนละชั้น คนละฐานะลูกจงอย่าได้คิดอะไรไปไกล


แล้วครูหนุ่มก็เอากิ๊บสีแดงมาเป็นของกำนัลมอบให้สาวน ้อย ก่อนที่จะต้องจากเข้าเมืองอย่างเร่งรีบ หญิงสาวทราบข่าวการจากพรากที่กะทันหัน ก็รีบคว้าถ้วยใส่เกี๊ยวไส้เห็ดที่เตรียมไว้ให้คนที่เ ธอรัก วิ่งไล่ตามรถม้าสุดชีวิต วิ่งตัดดอยลูกนั้นลูกนี้ จนหกล้มถ้วยแตกกระจาย สิ้นเรี่ยวแรงจะวิ่งตาม แต่ธารน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้กลับรุนแรงเหมือนธารน้ำ ป่า

เมื่อรวบรวมสิ่งของและแรงใจโซเซกลับบ้าน กลับพบว่ากิ๊บที่เขาให้หล่นหายไป

จ้าว ตี้ เดินคุ้ยเขี่ยหากิ๊บบนเส้นทางสายที่เธอวิ่งไล่ตามครู ทุกวัน วันแล้ววันเล่า จนในที่สุด ก็ได้กลับคืนมาอยู่ที่ผมของเธออีกครั้ง ทว่าคนที่ให้จากไปหลายวันแล้ว อีกนานกว่าจะกลับมา หรือไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ แล้วธารน้ำตาก็พรั่งพรูอีกครั้ง

ระหว่างการรอคอย เธอไปดูแล ซ่อมแซมและตกแต่งฝาผนังและกระดานของห้องเรียนจนผู้ให ญ่บ้านมาแอบเห็น และได้ประจักษ์ว่าบัดนั้น ใครรักใคร แล้วข่าวก็แพร่สะพัดไปทั้งหมู่บ้าน

จ้าว ตี้ เป็นหญิงคนแรกที่กล้าฝ่าประเพณีคลุมถุงชน รักของเธอเกิดจากหัวใจเสรีที่สังคมจีนส่วนที่ล้าหลัง ในขณะนั้นไม่อนุญาตให้เกิดและไม่สนับสนุน

วันที่เขาบอกเธอว่าจะกลับมา หญิงสาวไปยืนรอริมถนนหน้าหมู่บ้าน เผชิญความหนาวและหิมะทั้งวันจนจับไข้ วันรุ่งขึ้น พอครูยังไม่มา เธอก็เก็บเสื้อผ้าจะไปตามหาในเมือง แต่เดินฝ่าหิมะได้ไม่ไกล ก็ล้มลงกลางทาง ถูกนำกลับบ้าน เป็นไข้หลายวัน

เมื่อเธอตื่นขึ้นและหายป่วย แม่บอกว่าครูกลับมาแล้ว ครูมาเฝ้าไข้เธออยู่นาน แล้วเมื่อเธอได้ยินเสียงครูเริ่มสอนหนังสือ เธอก็วิ่งไปฟังครูสอนเหมือนเคย

2 ปีเศษต่อจากนั้น ความรักของคนทั้งสองมีอุปสรรคมากมาย ครูถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลายครั้ง และมีครั้งหนึ่งถูกกักตัวไว้นานถึง 2 ปี แต่ทุกครั้งที่กลับจากเมือง จ้าว ตี้ ก็ไปยืนรอครูในเสื้อตัวสีแดงตัวนั้นบนเส้นทางสายนั้น

และเมื่อคนทั้งสองได้แต่งงานกัน พวกเขาก็ไม่พลัดพรากจากกันอีกเลย

อา...บัดนี้ ผู้เป็นลูกเข้าใจแล้ว

ลูกรู้แล้วถึงความรัก การทุ่มเทและการต่อสู้ฝ่าฟันของแม่และพ่อโดยเฉพาะแม่

ถนนสายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความรักอันยิ่งใ หญ่ของผู้ให้กำเนิดทั้งสอง

เขารู้แล้วว่าจะแก้ไขความเห็นที่แตกต่างระหว่างของแม ่กับของผู้ใหญ่บ้านอย่างไร

เขาจะต้องสานเจตนารมณ์ของแม่ ให้พ่อได้เดินทางกลับบ้านครั้งสุดท้ายอย่างที่พ่อเคย ทำ ให้แม่ได้เป็นคนพาพ่อกลับบ้าน และให้พ่อของเขาได้รับรู้หัวใจของแม่อีกครั้ง


http://tuphoto.net/webboard/showthread.php?t=140

THE ROAD HOME (1999) Ziyi Zhang, OST, Music Video

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2010, 10:02:10 AM โดย มดเอ๊กซ »
" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1738
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Firefox 3.6.12 Firefox 3.6.12
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
 :45: ขอบคุณครับพี่มด
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham