ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่เย็นเป็นสุข (ท่านว.วชิรเมธี)‏  (อ่าน 2524 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ แปดคิว

  • ทีมงานก้านแก้วเกล็ดใบทอง
  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 797
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 388
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.blogger.com/home
    • Awards
"อยู่ เย็น เป็น สุข" เป้าหมายชีวิตใหม่
จาก ว.วชิรเมธี


ในขณะเริ่มต้นปีหลายคนยังงงกับการดำเนินชีวิต
หลายคนยังจับทิศทางไม่ถูกว่าจะตั้งต้นก้าวเดินเช่นไร

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่รู้จักกันดี "ว.วชิรเมธี"
พระรุ่นใหม่ผู้เปลี่ยนยุคธรรมะคือยาขม สู่ยุค
ธรรมะคือช็อกโกแลตรูปนี้จะมาอำนวยพรแก่ผู้อ่าน "ประชาชาติธุรกิจ"
เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างไม่หลงทาง

โดย ท่าน ว.วชิรเมธี


ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทรนด์เซตเตอร์ในด้านการนำธรรมะมาทำให้มีชีวิตชีวา
เป็นพระนักวิชาการผู้มีผลงานเขียนโดดเด่นกว่า 30 เล่ม
และเป็นคอลัมนิสต์ประจำหนังสือและนิตยสาร
ต่างๆ ไม่น้อยกว่า 15 คอลัมน์ เป็นพระอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยกว่า 20
สถาบัน เป็นพระที่มีลูก
ศิษย์ลูกหาและแฟนคลับธรรมะทั่วเมือง
กระทั่งล่าสุดได้รับเลือกให้รับรางวัล "The Great Dhamma Putta Award"
สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลก

นี่คงเป็นพรปีใหม่ที่อินเทรนด์ที่สุด
จนอาจฉุดชีวิตของหลายคนให้ค้นพบเป้าหมายใหม่

เป้าหมายชีวิตแห่งความพอเพียงที่ "อยู่ เย็น เป็น สุข" มิใช่ "มั่ง มี
ศรี สุข" ตามแนวคิดแบบทุนนิยมที่
คนส่วนใหญ่ฝังใจ !!!

.............................................

สำหรับปีใหม่นี้อาตมภาพขอให้พรปีใหม่ในเรื่องความพอเพียง

อาตมาคิดว่าการที่เราจะนำเอาระบบเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตได้
เราจะต้องรู้เท่าทันว่าเป้าหมาย
ของชีวิตคืออะไร เนื่องจากทุกวันนี้มนุษย์แทบไม่รู้จักเป้าหมายของชีวิต

เดิมเรานิยามกันว่า เป้าหมายของชีวิต คือ "มั่ง มี ศรี สุข" หมายความว่า
"ต้องมีเงินมีทองจึงจะมีความสุข" !!!

แต่จริงๆ แล้วเป้าหมายของชีวิตน่าจะอยู่ที่ "อยู่ เย็น เป็น สุข" นั่นคือ
ในทางจิตใจก็อยู่ได้ ในทาง
เศรษฐกิจก็ไม่ลำบากมากเกินไป สามารถอยู่ เย็น เป็น สุข !

นิยามของความสุขไม่ควรจะแขวนไว้กับเงิน...

เพราะถ้าเราแขวนนิยามความสุขไว้กับเงิน
มนุษย์จะกลายเป็นหนูถีบจักรที่ทำงานไม่มีวันหยุด ทำงานจนป่วยตาย

แนวโน้มแบบนี้ปัจจุบันอาตมภาพเห็นว่ามีมากขึ้นเรื่อยๆ
อาตมภาพอ่านงานวิจัยชิ้นหนึ่งในอเมริกา เขาบอก
ว่าผู้บริหารทั่วโลกตอนนี้นิยมหัวใจวายตอนวันจันทร์เพราะตลาดหุ้นมันเริ่มทำการ

เพราะฉะนั้น เราต้องนิยามเป้าหมายชีวิตใหม่

1.เป้าหมายต้องไม่ใช่ "มั่ง มี ศรี สุข" แต่คือ "อยู่ เย็น เป็น สุข"

2.ต้องปลูกฝังวิธีคิดชีวิตใหม่ แบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม
ทุกวันนี้มนุษย์เราดำเนินชีวิตแบบวิ่งตามคุณค่า
เทียม คุณค่าเทียมก็หมายถึงว่า คุณค่าเคลือบแฝง คุณค่าจอมปลอม
คุณค่าที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วเอาการ
ตลาดมาประชาสัมพันธ์ว่าเป็นสิ่งที่ดี เช่น รถยนต์
คุณค่าที่แท้ของรถยนต์คือเป็นพาหนะ คุณค่าเทียมของมัน
คือ แสดงถึงอัครฐานทางการเงินสะท้อนถึงรสนิยม,
คุณค่าแท้ของนาฬิกาคือบอกเวลา คุณค่าเทียมคือแบ
รนด์เนม รสนิยม วิไล ทันสมัย,
คุณค่าแท้ของเสื้อผ้าคือปกปิดอวัยวะไม่ให้เกิดความละอาย เข้าสังคมได้ถูกกาลเทศะ
แต่คุณค่าเทียมของมันคือถ้าเป็นเวอร์ซาเช่ก็ถือว่าอินเทรนด์ใช่ไหมล่ะ
ถ้าเป็นแบรนด์เนมระดับโลกก็จะถือว่าตัวเองเป็นบุคคลระดับเวิรลด์คลาส รสนิยมดี
มีอัครฐานทางการเงิน

เพราะฉะนั้น ถ้าเราวิ่งตามคุณค่าเทียม มนุษย์เราหาเงินเท่าไรก็ไม่พอ !

ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด
ปรัชญาในการดำเนินชีวิตต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตด้วยการปลูกฝังวิธีคิดแบบ
คุณค่าแท้...

นั่นคือเวลาจะบริโภคปัจจัยสี่ต้องถามตัวเองว่า "สิ่งนี้จำเป็นหรือไม่"
อย่าถามตัวเองว่า
"สิ่งนี้ทันสมัยหรือไม่"

ถ้าเราถามว่าทันสมัยหรือไม่ เราจะวิ่งไม่จบไม่สิ้น
เพราะคนที่วิ่งตามความอยาก ตามกระแสของทุนนิยม
บริโภคที่เน้นการยั่วให้อยากแล้วกระตุ้นให้ซื้อ
เปรียบเสมือนคนที่ตักน้ำไปเติมทะเล เติมไปจนตายทะเลก็
ไม่เต็ม

แต่คนที่ดำเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบคุณค่าแท้
เปรียบเสมือนคนที่ไปว่ายน้ำในทะเล พอชื่นใจแล้วก็เดินขึ้นมา
ใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบ ร่มเย็น เป็น สุข

ดังนั้น เราจะเลือกเป็นคนที่ตักน้ำไปเติมทะเล
หรือจะเป็นคนที่ว่ายอยู่ในทะเลให้พอชุ่มเย็นแล้วขึ้นมา
แล้วดำเนินชีวิตต่อไปอย่างปกติ

อาตมาอยากฝากถึงนักธุรกิจด้วยว่า เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ปฏิเสธความรวย

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้บอกว่า เรามาเป็นคนจนกันเถิด
แต่เศรษฐกิจพอเพียงบอกว่า เรามาเป็นคนที่
รู้จักพอกันเถิด...

เรารวยได้ แต่มีข้อแม้ว่าความรวยนั้นต้องเป็นความรวยที่สุจริต
ต้องไม่ใช่ความรวยที่เกิดขึ้นจากการ
เบียดบังส่วนรวมมาเป็นส่วนตน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นมาทุกหัวระแหง !!!

มหาตมะ คานธี เคยพูดตรงกับพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่ง โดยพระพุทธเจ้าบอกว่า
"ต่อให้เงินทองลงมาเป็นห่าฝน
ก็ไม่สามารถเติมเต็มความอยากของมนุษย์คนหนึ่งได้" แล้วมหาตมะ
คานธี บอกว่า
"ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งโลกตอนนี้เพียงพอสำหรับที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งโลก
แต่ไม่เพียงพอที่จะ
หล่อเลี้ยงความโลภของคนเพียงคนเดียว"

เห็นไหม ตรงกัน เพราะฉะนั้นที่บอกให้รู้จักพอ ต้องเข้าใจความจริง 2 อย่าง คือ

1.ต้องเข้าใจความจริงของโลกว่าทรัพยากรของโลกมีจำกัด

2.ต้องเข้าใจความจริงของกิเลสในใจเรา ถ้าความต้องการนั้นไร้ขีดจำกัด
ถ้าเราวิ่งตามความต้องการ
ทรัพยากรของโลกมีเท่าไรก็ไม่พอ
เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักตัวเองด้วยการปลูกฝังวิธีคิดแบบคุณค่าแท้ ไม่
ใช่วิธีคิดแบบคุณค่าเทียม

เวลามีใครมายั่วให้อยาก แล้วกระตุ้นให้ซื้อเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเขาไป
แต่เราบอกว่า
"เราพอดีกับความอยากแล้วเราก็อยู่ได้"

กระตุ้นให้เราซื้อ...ก็ซื้อได้ แต่ซื้อ...สิ่งที่จำเป็น
ไม่ใช่ซื้อ...สิ่งที่อินเทรนด์

เพราะอินเทรนด์เมื่อไร อินทุกข์เมื่อนั้น

 
ขอบคุนๆนริสราครับ


*8q*

ก่อนเกิดใครเป็นเรา
เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร

สิ่งที่ทำอยู่คือกรรมใหม่
ผลที่ได้รับคือกรรมเก่า

ฟังในสิ่งที่ไม่ได้ยิน
มองในสิ่งที่ไม่เห็น
ทำในสื่งที่ไม่มี   

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1737
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
Re: อยู่เย็นเป็นสุข (ท่านว.วชิรเมธี)‏
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2010, 09:23:01 PM »
 :13: ชีวิตคนเราไม่ต้องมีอะไรมากมากเน้อพี่แทน ขอให้มีกิน พออยู่ได้
^^ อนุโมทนาครับพี่แทน
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • ทีมงานกัลยาณมิตร
  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 840
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 319
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: อยู่เย็นเป็นสุข (ท่านว.วชิรเมธี)‏
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2010, 09:49:14 PM »
อะนะเติมเท่าไหร่ก็คงไม่เต็ม ถ้าใจไม่รู้จักพอ :06:
ขอบคุณนะค่ะุคุณแทน :13:




 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham