ผู้เขียน หัวข้อ: บทความเรื่อง ไภษัชยคุรุ...กับการเยียวยาสังคม  (อ่าน 969 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6707
  • กิจกรรม:
    1%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1501
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
    • ดูรายละเอียด
    • Awards

บทความเรื่อง ไภษัชยคุรุ...กับการเยียวยาสังคม
 
บทความเรื่อง ไภษัชยคุรุ...กับการเยียวยาสังคม
โดย ศิโรฒน์ รัตนาภรณ์ siroat_07@hotmail.com 28 พฤศจิกายน 2551
 
"ไภษัชยคุรุ" เป็นชื่อของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาคติมหายาน ว่ากันว่าท่านมีปณิธานในการบำบัดเยียวยารักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วยให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน
 
ภิกษุณีธัมมนันทา(อดีตอาจารย์ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)แห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม ได้กล่าวในบทความลงในวารสารพุทธสาวิกา(ฉบับที่ 28 ตุลาคม-ธันวาคม 2551) ของท่านว่า
 
"โรคภัยไข้เจ็บที่สำคัญที่พระพุทธเจ้าพระองค์นี้รับสั่งถึงก็คือ โรคแห่งความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน โรคอันเกิดจากตัวตนของเรา ถูกครอบงำด้วยความโลภ ด้วยความโกรธ ด้วยความหลงนี้เป็นโรคภัยไข้เจ็บทางจิตวิญญาณที่พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ตั้งใจที่จะลงมาเยียวยารักษามนุษย์อย่างแท้จริง..."
 
สังคมในปัจจุบันมีแรงแห่งกิเลสที่รุนแรง และน่าสะพรึงกลัว เราจึงควรบริหารกิเลสให้เป็นและควบคุมมันให้อยู่ในฐานที่ตั้ง มากกว่าจะปล่อยให้มันออกมาแสดงแสงยานุภาพในการประหัตประหาร เข่นฆ่า โกรธเกรียว อันจะนำสังคมให้จมอยู่ในหายนะ
 
สังคมที่ปล่อยให้กิเลสแสดงแสงยานุภาพอย่างไม่ขีดจำกัด เป็นสังคมที่อยู่ในภาวะเป็นโรคร้าย ถ้าไม่รีบเร่งเยี่ยวยารักษา อาจเกิดความพิบัติอันเกิดจากการสำแดงสัญชาตญาณเดียรัชฉานอันยากที่จะเยี่ยวยารักษาและพินาศล่มจมได้ในที่สุด
 
โรคแห่งกิเลสน่ากลัวนัก เพราะกิเลสที่ไม่รู้จักบริหาร คือต้นทางแห่งความหายนะ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในสังคมถ้าไม่รู้จักการบริหารกิเลส ก็อาจทำให้เกิดกลียุคอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
 
ถ้าเราลองนำพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้ามาเป็นสรณะในภาวะวิกฤตินี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ จริงๆแล้ว ไภษัชยคุรุ ก็อาจหมายถึงคุณลักษณะของพระพุทธเจ้าประการหนึ่ง ที่พระองค์เคยเปรียบตัวพระองค์เองเหมือนแพทย์ผู้เยียวยารักษาชาวโลกที่เจ็บไข้ได้ป่วยและเปรียบพระธรรมคำสั่งสอนเหมือนตัวยาขนานต่างๆที่ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์(ปรากฎคำกล่าวในลักษณะนี้หลายแห่งในพระไตรปิฎก เช่น ติกิจฉสูตร อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกทสกนิบาต พระไตรปิฎก ฉบับหลวง พ.ศ. 2525 เล่มที่16 เป็นต้น)
 
ในเบื้องต้น วิธีการนำพระไภษัชคุรุพุทธเจ้า มาเยี่ยวยาสังคม คือ เราต้องยึดหลักธรรมะ เป็นตัวตั้ง แล้วนำพระธรรม คือ ยาอันดีเลิศเข้าไปสู่ใจของเรา
 
ธรรมโอสถขนานแรก คือ ความศรัทธา เราต้องมีความตั้งมั่นในใจ เชื่อมั่นว่า ธรรมะ จะสามารถเยี่ยวยาสังคมที่มีแรงแห่งกิเลสเดือดพล่านได้
 
ธรรมโอสถขนานที่ 2 คือ ทาน (การให้) สังคมที่มีการเผื่อแผ่แบ่งปัน คือ สังคมแห่งสันติสุข การให้มิใช่ว่าเราจะให้แต่วัตถุสิ่งของเท่านั้น ถ้าเราให้ความรู้ที่ถูกต้อง ให้การคุ้มครองดูแลซึ่งกันและกัน ให้วาจาที่ดีงาม ก็ถือเป็นการเยี่ยวยาสังคมที่กำลังเดินไปสู่ความเห็นแก่ตัวและขาดสันติสุขได้
 
ธรรมโอสถขนานที่ 3 คือ การสำรวจตนเองด้วยศีล เพราะศีลคือบรรทัดฐานในเชิงศาสนาที่วัดความเป็นปรกติของความเป็นมนุษย์ เบื้องต้นของปุถุชนคนธรรมดา คือ การมีศีล 5 ข้อแรก คือ ห้ามใจไม่ให้เข่นฆ่า ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน ข้อ2 คือห้ามใจต่อการคดโกง ลักขโมยของอันเป็นสมบัติของผู้อื่นและสมบัติของสาธารณชน ข้อที่ 3 คือซื่อตรงต่อคนที่เรารักและคู่ครองของตนอันเป็นคุณสมบัติส่วนตัวที่สำคัญอันอาจกระทบถึงผู้อื่น ข้อที่ 4 ไม่กล่าววาจาโกหก หลอกลวงด้วยความเท็จ อันจะนำไปสู่ความเกลียดชังและสุมไฟแห่งความขัดแย้ง การบิดเบือนข้อมูลก็อยู่ในขอบเขตนี้เช่นกัน ข้อที่ 5ไม่เสพของมึนเมาอันเป็นทางมาของการขาดสติและเผยสัญชาตญาณอันไม่พึงประสงค์
 
ธรรมโอสถขนานที่ 4 คือ มี สติ รู้เท่าทันปรากฏการณ์ทางสังคม รู้เท่าทันอารมณ์ และรู้เท่าทันข่าวสาร มีวิจารณญาณในการฟัง ในการพบเห็น ในการพูด ในการคิดพิจารณา เราต้องมีความรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา
 
ธรรมโอสถขนานที่ 5 คือ ความเมตตากรุณา ในภาวะปัจจุบันนี้เรามักพลักไสให้คนที่เห็นต่างจากเราเป็นศรัตตรู พร้อมที่จะเผชิญหน้า และถกเถียงเพื่อเอาชนะคะคาน แต่ถ้าเรามีจิตเมตตากรุณาต่อกัน เปิดใจของเราให้กว้างและวางอคติโดยใช้ความขัดแย้งเปลี่ยนเป็นสนามในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฟัง คิด พูด ทำ ต่อกันด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา เชื่อแน่ว่าสนามแห่งความขัดแย้งจะแปลเปลี่ยนเป็นสนามแห่งปัญญา เพราะ ความเมตตา จริงใจ ที่เรามีให้แก่กันและกัน นี้คือเมตตาในเบื้องต้น
 
ธรรมโอสถขนานที่ 6 คือ ความอดทนอดกลั้น แรงโหมของความขัดแย้งย่อมอาจเกิดการกระทบกระทั่งเป็นธรรมดา ความอดทนเป็นสิ่งที่ควบคุมกิเลสกองความโกรธได้อย่างดี เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าฝ่ายใด พอเกิดความโกรธเข้าแล้วถ้าไม่รู้จักมีความอดทนก็ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างน่าเสียดาย
 
นี้คือ ธรรมโอสถ 6 ประการ ถ้าเรานำยาดี 6 ขนานนี้เข้ามาสู่ใจนั่นคือการเชื้อเชิญพระไภษัชคุรุพุทธเจ้าให้มาเยียวยาสังคมแห่งความเจ็บป่วยให้หายจากความเป็นโรคร้าย จริงแท้แล้ว ไภษัชยคุรุในคัมภีร์มหายานก็อาจเป็นกุศลบายในการสร้างจิตศรัทธาตั้งมั่นในคุณงามความดีในรัตนตรัยคุณ เพราะถ้าเรา ไม่ว่าจะเป็นปัจเจกบุคคล หรือ สังคมมีหลักธรรมแล้วเชื่อแน่ว่าความสันติสุข ความสงบเย็น ศานติภาพก็จะบังเกิดอย่างยั่งยืน.....
 
อ้างอิง
กรมการศาสนา,พระไตรปิฎก ฉบับหลวง. กรุงเทพ:โรงพิมพ์กรมการศาสนา 2525
ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์,ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร.กรุงเทพ:ศูนย์ไทยธิเบต,2548
ภิกษุจีนวิศวภัทร,พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตปูรวปณิธานสูตร.กรุงเทพ:คณะศึกษา ปฏิบัติ เผยแผ่หมื่นคุณธรรมสถาน,2550
ภิกษุณีธัมมนันทา.พระไภษัชยคุรุฯการตั้งปณิธานเพื่อต่อชีวิต.วารสารพุทธสาวิกา ฉบับที่ 28 ตุลาคม-ธันวาคม 2551:หน้า4-6




http://www.mahasukhavati.com/


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ แก้วจ๋าหน้าร้อน

  • สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งนั้นย่อมดีแล้วสูงสุด
  • ทีมงานกวาดลานดิน
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • กระทู้: 6499
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 1737
  • ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครอง
    • kaewjanaron
    • facehot
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
    • ดูรายละเอียด
    • ใต้ร่มธรรม
    • Awards
 :13: อนุโมทนาครับ ขอบคุณครับพี่มด
การโพสภาพโดยใช้เว็บฝากไฟล์ภาพ imageshack.us/ (เว็บกบ)
การปรับแต่งห้องสมาชิกไร้ขีดจำกัด Ultimate Profile + ห้องเพลงส่วนตัว
การตั้งกระทู้และการโพสกระทู้ในเว็บใต้ร่มธรรมครับ
การแก้ไข้ข้อมูล ชื่อ ระหัส ส่วนตัวของสมาชิกใต้ร่มธรรมครับ
การใส่รูปประจำตัวเรา Avatar รวมทั้งลายเซ็นต์ ในกระทู้หรือโพสของเราครับ
เพิ่มไอคอน ทวิสเตอร์ เฟชบุ๊ค ยูทูบ ในโปรโปรไฟล์ของเรา
การสร้างอัลบั้มภาพส่วนตัวในห้องสมาชิก Profile Pictures
การเพิ่มเพื่อน กัลยาณมิตรใต้ร่มธรรม ในห้องสมาชิกส่วนตัว
การดูกระทู้ทั้งหมดที่เรายังไม่ได้อ่านครับ
โค้ดสี bb color code ไว้สำหรับโพสกระทู้ครับ
*วิธีเคลียร์แคชในทุกเว็บเบราว์เซอร์ครับ เมื่อคอมอืด*

ห้องประชุมของทีมงาน
~ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ~

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham