Forum > บิดามารดาบุพการี (พระอริยะในบ้าน)

** แม่โกหกเรากี่ครั้งในชีวิต **

(1/1)

ฐิตา:


** แม่โกหกเรากี่ครั้งในชีวิต **

1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อเราเป็นเด็ก ๆ เราเกิดในครอบครัวยากจน ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อย ๆ เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวมาให้เราเพิ่มขึ้นอีกพร้อมทั้งพูดว่า
'ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ... ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว'
นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกเรา

 2. เมื่อเราเติบโตขึ้น แม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ เพื่อว่าเราจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเรา แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้เรากิน ในขณะที่เรากินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้าง ๆ เรา แทะกินเศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่เราได้กินเนื้อปลาไปแล้ว เรารู้สึกตื้นตันใจมาก..เราพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่ แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า
'ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา'
นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกเรา

 3. เมื่อเราเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็ก ๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน บางครั้งเราตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...เรายังเห็นแม่กำลังทำงาน 'แม่ค่ะ...นอนเถอะมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก' แม่ยิ้มกับเราพูดว่า
'ลูกนอนก่อนนะ...แม่ยังไม่ง่วง...นอนไม่หลับ'
ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกเรา

 4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมเราต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจให้เรา มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอเราอยู่หลายชม. เมื่อเราทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่ เห็นแม่เรามีเหงื่อออกท่วมตัว..แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้เราดื่ม เราเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน แม่พูดขึ้นว่า
'ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ'
นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกเรา

 5. หลังจากที่พ่อเราล้มป่วยและเสียชีวิต แม่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆบ้านท่านเป็นคนดี พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้านที่ผุพัง..ฯลฯ เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงานใหม่ แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับเราว่า

'แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องความรักอีก'
แม่โกหกเราเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

 6. ในทื่สุดเราก็เรียนจบและมีงานทำ เราอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆที่เราพยายามส่งเงินมาให้แม่ (เราต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล) แม่เราไม่ค่อยยอมรับเงินเรา..บางครั้งยังส่งเงินกลับคืนให้เราอีก แม่พูดกับเราว่า
'แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ'
แม่โกหกเราเป็นครั้งที่ 6

 7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..เราตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อเราเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง เมื่อทำงานไปได้สักพัก...เราอยากให้แม่เรามาอยู่กับเราที่อเมริกา เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต แต่แม่เราไม่อยากรบกวนเรา...บอกเราว่า
'แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน'
ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกเรา

 8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ..ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล เราลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่ทันที แม่เรานอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อเราไปถึง น้ำตาเราไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นเรา....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก เรารู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว เราโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร หัวใจเราในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด แม่พยายามปลอบเราด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
'ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูก แม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว'
นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก
และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกเรา
แม่ที่เรารักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ :yoyo087: หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง........

  อยากให้เรื่องราวนี้สะท้อนกลับไปยังลูกๆทุกคน ที่ยังมีคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ รักคุณแม่ให้มากๆนะคะ


 :yoyo045:  http://www.marketatnation.com/Gallery/ShowGallery.aspx?ID=2742

ธรรมรักษ์:
 :11:กลับกัน เราโหหกแม่กี่ครั้งแล้วล่ะในชีวิต
 :13:

แก้วจ๋าหน้าร้อน:
 :13: อนุโมทนาครับพี่แป๋ม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

Go to full version