ผู้เขียน หัวข้อ: สิ่งที่ดีในชีวิต นิรุตติ์ ศิริจรรยา  (อ่าน 73 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ होशདངພວན2017

  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • ****
  • กระทู้: 607
  • กิจกรรม:
    4.4%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 282
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows NT 6.2 Windows NT 6.2
  • Browser:
  • Chrome 64.0.3282.167 Chrome 64.0.3282.167
    • ดูรายละเอียด
    • Awards




ต่อจากตอนที่แล้ว


จริง ๆ แล้วทำบ้าน ไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำสวน คุณนิรุตน์ตอบคำถามเราที่ว่า ที่นี่ทำสวนอะไรบ้าง ด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะรีบออกตัวว่า ผมไม่ได้กวนนะ ก่อนจะรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นสีหน้า(งงๆ) ของเราตั้งใจว่าจะปลูกบ้านเอาไว้เพื่ออยู่ในเวลาที่ว่างจากการทำงาน เพราะเป็นความตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าอยากมีบ้านอยู่ในชนบท แต่ทีนี้พอเราซื้อมาแล้ว แล้วถ้าเราไม่ทำอะไร ปล่อยพื้นที่ให้ว่างเปล่าแบบนั้น ก็เหมือนกับการที่คุณซื้อบ้านจัดสรรที่กรุงเทพหนึ่งหลัง แล้วคุณไม่ทำอะไรเลย คุณขับรถเข้ามา ไปจอดที่โรงรถ แล้วก็เข้านอน พอเช้าวันรุ่งขึ้นคุณก็ขับรถออกไป สนามหญ้าคุณก็ปล่อยเอาไว้แบบนั้น หญ้าจะขึ้นรกยังไงก็ไม่สนใจ มันก็เหมือนกัน โชคดีที่ตอนที่ผมซื้อที่นั้น ซื้อเอาไว้ได้มาก ก็ต้องปลูกต้นไม้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็น

หญ้าไปหมด ถ้าจะมีบ้านแค่ว่าให้คุณขับรถเข้ามานอนมันก็ไม่ใช่ เรามาอาศัยเขา เราไม่ได้มาเป็นเจ้าของ เราก็ต้องเข้ามาพัฒนา คุณก็ต้องเข้ามาดูแล ไม่อย่างนั้นบ้านก็ไม่น่าอยู่ เหมือนอย่างคุณมีพื้นที่บ้าน 100 ตารางวา เป็นตัวบ้าน 50 ตารางวา นอกนั้นเป็นพื้นดิน เป็นถนนคอนกรีต 2 ข้างทางเข้าบ้านเป็นพงหญ้ารกร้าง บ้านหลังนั้นก็คงหาความน่าอยู่ไม่ได้สมมุติว่าภายในบ้าน คุณปลูกมะม่วง 2 ต้น มีกุหลาบอีก 3 ต้น แล้วก็เอาหญ้ามาลงเพื่อทำสนามหญ้า คุณปลูกนั่น ปลูกนี่ ก็ต้องมีการใส่ปุ๋ยพรวนดิน ให้น้ำ แล้วแต่ละเดือนคุณจะได้อะไร นอกจากได้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าปุ๋ย ค่าพันธ์ต้นไม้ หรือคุณไม่มีเวลาทำคุณก็ต้องจ้างคนทำให้ ทั้งหมดนี้ก็ตกประมาณเดือนละ 2,000-3,000 บาท จริงอยู่ว่าทั้งหมดนี้คือความสุข แต่นั่นคือ 0 เพราะคุณต้องเสียรายจ่ายทุกเดือนโดยที่ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่ในทางกลับกัน ผลไม้ที่คุณปลูกอาจจะออกลูกซัก 200 - 300 ลูก เสร็จแล้วคุณก็เอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน คนรู้จัก เพราะมันไม่มากพอที่จะขาย แต่มันมากเกินที่คุณจะกินได้หมด คุณก็ได้รับความเมตตาจิตไป แต่ผมโชคดีตรงที่ว่ามีพื้นที่เยอะ ทำให้สามารถปลูกอะไรได้หลายอย่างเหตุผลที่ข้อแรก

ที่บ้านกลายมาเป็นสวนก็อย่างที่บอกไปข้างต้น เหตุผลที่สองก็คือ มันมากเกินไปที่จะกิน และแจกได้หมด ขายคุ้มไหม ไม่คุ้ม แต่มันก็ยังได้ 10 บาท 20 บาท กลับมาช่วย 100 บาทที่เราต้องจ่ายไปทุกเดือน ไม่มีชาวสวนคนไหนในประเทศไทยที่รวย สำหรับชาวสวนที่ทำสวนจริง ๆ จะมีอยู่ก็เพียงไม่กี่รายที่ท่านทำเป็นแบบของต่างประเทศไปเลย ยกตัวอย่างในจันทบุรีก็จะมีอยู่เพียง 2 - 3 รายเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นชาวสวนจริง ๆ ชาวสวนจริง ๆ คนไหนที่ประสบความสำเร็จมันไม่มีหรอก อาจจะประสบความสำเร็จในแง่ที่ว่าทำกล้าต้นไม้ออกมาขาย ก็ได้เงินจากการขายกล้า ชาวสวนก็คือการปลูกต้นไม้ ขายผลไม้ ชาวสวนส่วนใหญ่ก็จะแค่ พอมี พอกิน พอใช้เท่านั้น คือถึงจะปลูกได้เยอะแต่

ราคามันก็ไม่ได้ดีมาก อย่างในกรณีที่สวนของผมถ้าจะเอาไว้กินก็มากเกินจะกินหมด เอาไปแจกก็มากเกินที่จะแจก อะไรที่เหลือจากการกินและแจก ผมถึงจะเอาไปขายเพื่อนำเงินมาช่วยค่าแรงคนงาน นี่คือความต้องการของผมที่มีต่อคนงานทุกคน เมื่อเราได้มาอยู่รวมกันเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน เราก็จะต้องคอยดูแลกันไป ไม่ได้ไปคิดไปหวังว่า จะ ต้องจ้างคนงานมาสัก 50 คน ทำเป็นธุรกิจใหญ่โต ปีนี้จะต้องขายผลไม้ได้เท่าไร ผมก็คุยกับคนงานว่าให้ช่วยกันประหยัด และผมก็ไม่เคยเก็บเงินจากคนงาน วันนี้ขายผลไม้ได้เงินเท่าไรคุณก็เอาไปแบ่งกัน ตอนนี้คนงานมีประมาณ 10 กว่าคน ส่วนมากก็จะอยู่กันมานาน มีอยู่คนหนึ่งแกอายุมากแล้ว 70 กว่า ทำงานให้ผมด้วยการเดิน คือ ผมจ้างให้แกเดิน เพราะว่าอายุมากแล้วร่างกายไม่แข็งแรง ถ้าปล่อยให้แกนอนดูทีวีทั้งวัน จะทำให้ยิ่งไม่สบาย ก็เลยจ้างให้แก

เดินทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เราก็คอยเลี้ยงดูแก อาทิตย์หนึ่งก็ให้เงินแก 500 บาท แล้วก็ซื้อโจ๊กซองให้แกไว้เป็นลังในสวนก็มีผลไม้เกือบทุกชนิดที่ในประเทศไทยมี ตั้งแต่ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง กล้วย แล้วก็มีปลูกต้นไผ่ ทั้งไผ่ตง และไผ่หวาน แต่ส่วนมากพวกนั้นก็ไม่มีมีไว้ขาย ที่ขายหลักๆ ก็จะเป็นทุเรียน มังคุด ส่วนลิ้นจี่ ลำไย ส่วนมากจะเอาไว้แจกเพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน นอกจากปีไหนมีมากจึงแบ่ง

ไปขาย แต่ลำไยของจังหวัดนี้ จะมีจุดเด่นดีตรงที่ว่าค้นพบสารที่เร่งให้ออกลูกได้ กำหนดได้เลยว่าภายใน 1 ปี จะให้ผลลำไยออกในช่วงเดือนไหน เพราะถ้าเราใช้วิธีธรรมชาติอาจจะได้ผลปีเว้นปี ในขณะที่สารเร่งนี้กำหนดให้ออกผลทุกเดือนก็ยังได้เมื่อคุณนิรุต์มาอยู่ที่บ้านนี้ใหม่ๆ หลายต่อหลายคน พากันถามไถ่ถึงชื่อเสียงเรียงนามของสวน พร้อมคาดเดากันเอาเองว่า ต้องเป็นชื่อ ไร่นิรุตน์ หรือไม่ก็ ไร่ศิริจรรยา อย่างแน่นอน ทั้งที่ความจริงแล้ว ชื่อที่ตั้งมีทั้งความหมาย และความบังเอิญที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2018, 04:19:03 PM โดย होशདངພວན2017 »


ตั้งมั่น แน่วแน่ แก้ไขทุกสิ่ง

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham