ผู้เขียน หัวข้อ: “เทศนาพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร” บนยอดเขาคิชกูฏ คติสำคัญของฝ่ายมหายาน  (อ่าน 81 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6589
  • กิจกรรม:
    0.6%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1403
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Linux Linux
  • Browser:
  • Chrome 63.0.3239.111 Chrome 63.0.3239.111
    • ดูรายละเอียด
    • Awards


“เทศนาพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร” บนยอดเขาคิชกูฏ  คติสำคัญของฝ่ายมหายาน
.
.
.
คงจำกันได้นะครับว่า “พระมหาโพธิสัตว์” ในคติมหายาน/วัชรยาน นั้น จะมีอานุภาพ ฤทธิ์เดชและอภินิหาร แต่ถ้าเป็นพระโพธิสัตว์ของฝ่ายสถวีรวาทิน (มูลสรรวาสสติวาท)/เถรวาท) พระโพธิสัตว์คือผู้บำเพ็ญบุญตามแบบโยคะ (โยคาจารย์) 500 พระชาติ (พระโพธิสัตว์แบบพุกาม 550 พระชาติ ) จนได้มาประสูติเป็นพระสมณโคดมพุทธเจ้า ตามคติฝ่ายนี้ พระโพธิสัตว์ไม่ได้มีมากมายแบ่งชั้นแบ่งคอนโดกันในแต่ละมันดารา (พุทธเกษตร) ตามแบบของนิกายวัชรยานครับ
.
ตามคติความเชื่อของฝ่ายมหายาน/วัชรยาน นั้น ถือว่า พระธรรมของฝ่ายเถรวาทนั่นเป็นพระธรรมแบบเด็ก ๆ พื้น ๆ พระพุทธเจ้าสอนมนุษย์ได้แค่ไหน มนุษย์ก็รับได้แค่นั้นแหละ เพราะรับได้ยาก เข้าใจก็ยาก แต่พระธรรมของฝ่ายมหายานนั้น เป็นพระธรรมชั้นสูงและมีเทคนิควิธีการในการบรรลุนิพพาน / หรือโพธิญาณได้เร็ว ไปกันเป็นหมู่ ส่งต่อบุญวาสนากันได้ และสามารถ “ปฏิบัติ” เพื่อเข้าสู่การเป็น (มานุษิยะ)โพธิสัตว์/พุทธะได้ตามประสงค์ ในขณะที่ตัวเองยังมีชีวิตหรือสิ้นชีวิตไปแล้ว
.
เรื่องราวสำคัญของฝ่ายมหายาน ที่สืบเนื่องต่อมาถึงลัทธิวัชรยาน ได้สร้างวรรณกรรมแบบ “พุทธประวัติ” ที่กล่าวถึงการเทศนาพระสูตรสำคัญที่พระพุทธเจ้า (ศากยมุนี – กายเนื้อที่เป็นมนุษย์ หรือพระอมิตาภะ) ได้สั่งสอน “พระสัทธรรมปุณฑริกสูตร” ไว้แก่เหล่าเทพยดา โพธิสัตว์ (มหาโพธิสัตว์ 80,000 องค์) พุทธบริษัทและสัตว์โลกทั้งสามภพ บนยอดเขาคิชกูฏ (เขาแร้งใกล้กรุงราชคฤห์ ) โดยมี “พญานาคนันทะ” และ “อุปนันทะ” รองรับก้านแห่ง “ปัทม – รัตนบัลลังก์ ไว้
 .
“พญานาคนันทะ” และ “อุปนันทะ” จึงเป็นต้นทางสำคัญของคติและงานศิลปะ ที่กลายมาเป็น "มนุษย์นาค" ในคติพุทธเถรวาทลังกา ในช่วงเวลาต่อมา
.
ในการเทศนาพระธรรมสูตรขั้นสูงแก่ 3 โลกนี้ ยังเปิดให้เหล่าพระโพธิสัตว์บนมันดารา ได้พบกับอดีตพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เข้าสู่พระนิพพานไปแล้วด้วย ปรากฏเป็นรูปของพระสถูป หรือรูปอดีตพระพุทธจ้าเอง เรียงรายอยู่ด้านหลังในงานศิลปะทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะงาน “พระพิมพ์ดินเผา” (Votive Tablets - Terracotta Tablets) ในยุควัฒนธรรมทวารวดีหลายรูปแบบครับ

.
เรื่องราวของการเทศนาธรรมอันเป็นคติสำคัญของฝ่ายมหายาน บนพระพิมพ์ดินเผาทั้งเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่ง เป็นพระพิมพ์แบบทรงกลมคล้ายตราประทับ อายุในยุคคุปตะ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 ปรากฏรูปรอยของบุคคลในช่องที่แบ่งช่องออกเป็น 9 ช่องตาราง รายล้อมบุคคลสำคัญตรงกลางหมายถึง “พระอมิตาภะ” (พระพุทธเจ้าในกัลป์ปัจจุบัน) กำลังแสดงธรรมขั้นสูง ยกพระหัตถ์ขึ้นแสดงวิตรรกะมุทราทั้งสองข้างบนปัทมะ - รัตนะบัลลังก์ รายล้อมด้วยพระมหาธยานิโพธิสัตว์ทั้ง 8 (ตัวแทนเลข 8 คือผู้ปกปักษ์ทิศทั้งแปด แปดกลีบบัว 80,000 พระโพธิสัตว์จากแต่ละมันดารา มรรค 8 อาไร ๆ ที่มงคล ๆ ก็เป็นเลข 8 ครับ)
.
ด้านบนสุด อาจหมายถึง  “สมันตภัทรโพธิสัตว์” (พระผู้ดูแลรอบด้าน) ธยานิโพธิสัตว์ของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ ประทับในท่านั่งสมาธิ แสดงมุทราประทานพร ถัดมาองค์ที่สองตามแนวเข็มนาฬิกา ควรยกให้เป็น “พระโพธิสัตว์วัชรปาณี” (มหาสถามปราปตะ) ในคติมหายานเดิม ถัดลงมา คือ “พระโพธิสัตว์เมไตรย” (ผู้จะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต แต่ในคติวัชรยานจะวางรูปของพระองค์ไว้ที่ด้านซ้ายของพระอมิตาภะ)
.
ตามด้วยเป็นพระมหาโพธิสัตว์ “สรรวนิสรณวิษกัมภิณ” ถัดลงมาทางด้านล่าง อยู่ในท่าลลิตาสนะ เป็น”มัญชูศรีโพธิสัตว์” ขวาล่างเป็น “อากาศครรภโพธิสัตว์” ด้านซ้ายเป็น”พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” (วัชรยานวางรูปไว้ด้านขวาของพระอมิตาภะเช่นเดียวกับมหายาน) วนเข็มนาฬิกาครบที่ พระมหาโพธิสัตว์“กษิติครรภโพธิสัตว์”
.
ทั้งหมด จะรวมเรียกว่า “พระอัษฎางคมหาโพธิสัตว์” ครับ
..
ถึงฝ่ายมหายาน จะมี “พระโพธิสัตว์” แต่นิกาย “วัชรยาน” นั้น ก็มีพระโพธิสัตว์ แต่มีเยอะกว่าและยังทำหน้าที่แบบโหด ๆ (เช่นปราบพวกเทพเจ้าฮินดู) มีพุทธเทวะเป็นเพศหญิง (รับอิทธิพลมาจากคติศากตะ – ศักติ) มีคาถาและมนตราตามแบบฮินดู สาปแช่งก็ได้นะ.. มีรหัสลับเป็นอุบายในการเข้าถึงจุดหมาย (กายรหัส มโนรหัส วจีรัส) ดูนับถือง่าย แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในยุคต่อมา ด้วยเพราะขาดตรรกะเหตุผลในการปฏิบัติอย่างฝ่ายพุทธเถรวาท มีแต่พวกพวก “พระ” หมอผีจอมขมังเวทย์ เสกคาถาอาคม (ยังหลงมาในปัจจุบันก็เยอะ) ครับ
.
.
.
วรณัย พงศาชลากร
EJeab Academy
เพราะทุกที่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า

จาก https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=359658881165487&id=100013641335044


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham