ผู้เขียน หัวข้อ: พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ( แต่งจาก ประวัติศาสตร์ความแค้น 2 ตระกูลใหญ่ )  (อ่าน 82 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6589
  • กิจกรรม:
    0.6%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1403
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Linux Linux
  • Browser:
  • Chrome 63.0.3239.111 Chrome 63.0.3239.111
    • ดูรายละเอียด
    • Awards


พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ตอน ๑
       

     เรื่องราวที่เล่าต่อไปนี้่เป็นเรื่องของเหล่าดวงวิญญาณแค้นที่ไม่ยอมไปสู่สุคติ คือ ดวงวิญญาณของตระกูลเฮเคะ มีเรื่องอยู่ว่าในอดีตมีสองตระกูลใหญ่ที่ไม่ถูกกันมานานแต่บรรพบุรุษจนมาถึงลูกหลานจึงจงเกลียดจงชังกันมาตลอดและมักจะก่อสงครามกันระหว่างสองตระกูลนี้บ่อยครั้ง คือ เก็นจิ และ เฮเคะ (มินาโมโตะกับไทระ) ด้วยความบาดหมางที่เก็บมานาน เลยเกิดสงครามของสองตระกูลนี้อีกครั้ง หรือ สงคราม ปีเก็นเปย์ ทำให้ผู้คนล้มตายและฝ่ายตระกูลเฮเคะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงพบจุดจบฆ่าล้างผลาญตระกูลแม้เจ้านายตัวน้อยของตระกูลที่เป็นทายาทก็ถูกสังหาร(พระจักรพรรดิน้อยเชื่อสายเฮเคะ ชื่อ อันโตกุ) วิญญาณของตระกูลรวมถึงญาติพี่น้องและข้าทาสบริวารจึงกลายเป็นวิญญาณแค้น เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องเล่าที่นิยมเล่าขานโดยมีพระตาบอดเป็นผู้ที่เข้าไปใกล้กับโลกแห่งวิญญาณและถูกเหล่าวิญญาณนั้นตามล่าและรอดมาได้...จึงเป็นตำนานเล่ามาจนถึงปัจจุบัน

      เรื่องนี้มีอยู่ว่า สองตระกูลที่ยิ่งใหญ่คือ ตระกูลเฮเคะกับตระกูลเกนจิ เป็นสองตระกูลที่มีความแค้นต่อกันเกลียดชังกันมาแต่อดีตของบรรพบุรุษและมีรุ่นลูกหลานที่ต้องรับหน้าที่ในการบาดหมางครั้งนี้ จนถึงกลับมีสงครามฆ่าล้างตระกูลให้มันหมดจบลง โดยทำสงครามที่ทะเลช่องแคบชิโมะโนะเซกิ(หรือดันโนอุระ) เกิดฝ่ายตระกูลเฮเคะพ่ายแพ้ถูกสังหารทั้งตระกูลสิ้น  เจ้านายตัวน้อยผู้เป็นทายาทคนรุ่นสุดท้ายของตระกูลก็จบชีวิตลง เหล่าวิญญาณของตระกูลเฮเคะยังคงวนเวียนอยู่และร้องด้วยเสียงที่น่าสยดสยองและกล่าวแต่คำว่า "ต้องล้างแค้น"

มีผู้คนพบดวงไฟวิญญาณลอยไปมาในทะเลและชายหาดที่เป็นสมรภูมิ เหล่าวิญญาณตายโหงของตระกูลเฮเคะก็คอยหลอกหลอนชาวประมงที่แล่นเรือผ่านบริเวณนั้น บางทีจะพยายามจมเรือก็มี สร้างความเตือนร้อนชวนขนลุกแก่ชาวบ้านเป็นอันมาก

     เหล่าชาวบ้านจึงรวมตัวกันอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พาดวงวิญญาณไปพบกับความสงบ และช่วยกันสร้างวัดชื่อว่า"อะมิดะจิ" ขึ้นในที่ของตระกูลเฮเคะเพื่อการสร้างกุศลครั้้งยิ่งใหญ่ให้แก่ตระกูลเฮเคะ จากนั้นก็ไม่มีดวงวิญญาณใดของตระกูลเฮเคะปรากฏตัวมาอีกเลย  ดูเหมื่อนเรื่องจะจบแค่นี้ใช่ไหม ปรากฏว่ามันไม่ใช่ !!
     
   จนกระทั่งมีพระนิกายโจโด(สุึขาวดี)ตาบอดนามว่า "โฮอิชิ" มีความสามารถในการเล่นบิวะ(พิณญี่ปุน) และมีฝีมือเป็นที่ล่ำลือในความไพเราะ เขาสามารถขับกลอนเป็นบทเพลงอันไพเราะและน่าเศร้าชวนน้ำตาไหลในบทขับกล่อมกล่าวถึงตระกูลเฮเคะผู้น่าสงสาร เหล่าชาวบ้านล่ำลือจนมีผู้คนมาขอฟังกันมากมาย

      พระโฮอิชิมักจะร้องเพลงขับกล่อมให้เจ้าอาวาสฟังเสมอเพราะเจ้าอาวาสชื่นชอบในบทกวี แต่ต่อมาเจ้าอาวาสและพระภิกษุบางรูปถูกนิมนต์ไปสวดในพิธีศพ จึงมีพระโฮอิชิกับเด็กวัดไม่กี่คน ในตอนกลางคืนอากาศร้อนพระโฮอิชิจึงออกมานั่งเล่นพิณอยู่นอกที่กุฎิ ท่านบรรเลงบทกวีอยู่อย่างเพลินเพลิด จนกระทั่งไปสกิดต่อมเผือกของผีเข้า จนท่านสัมผัสได้ถึงว่าคนอยู่ใกล้ๆ ท่านกลัวตัวสั่นด้วยที่ตาบอดจึงกลัวและพยายามจะหนี

"ท่านเป็นใคร...ท่านเป็นใคร..."

  หญิงสาววัยกลางคนแต่งกายแบบผู้มีอันจะกินด้วยเครื่องประดับและกิโมโนที่สวยงาม (จะด้วยฤทธีของผีทำให้พระเห็นในจิตได้ว่ารูปลักษณ์แบบนั้น)

"ข้าน้อยขอนมัสการท่านพระโฮอิชิ"
"โยมมีอันใดกับอาตมาหรือ"
"ข้าน้อยได้ยินคำล่ำลือว่าที่วัดแห่งนี้มีพระตาบอดที่บรรเลงพิณได้ไพเราะและร้องบทเพลงกล่อมได้เป็นเลิศ"
"โยมพูดเช่นนี้...."
"คือว่าเจ้านายของข้าน้อยเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาประทับที่เมืองนี้ และได้ยินกิตติศักดิ์ของท่าน และเจ้านายของข้าจึงต้องการเป็นอันมากที่จะฟังเพลงพิณและบทขับกล่อมของท่าน จึงให้ข้าน้อยมารับท่านไปขับกล่อมให้ฟังเจ้าค่ะ"
"ถ้าเป็นเช่นนั้น อาตมาก็ยินดี"
     

 จากนั้นหญิงสาวผู้เป็นสาวใช้ของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ก็นิมนต์พระโฮอิชิขึ้นรถม้าและตนเองก็ขึ้นนั่งข้างคนขับรถ รถม้าวิ่งผ่านควันมากหลังวัดมาไม่นานก็ปรากฏคฤหาสน์อันใหญ่โตและโอ่อ่า สาวใช้พาพระโฮอิชิเข้าไปยังห้องโถงที่ใหญ่และสว่างด้วยแสงเทียน เหล่าผู้คนจำนวนมากนั่งตามที่นั่งของตนเองมากมาย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมอย่างดีทั้งชายและหญิง ที่นั่งตรงกลางห้องที่วางด้วยเบาะนุ่มๆ สาวใช้นิมนต์ให้พระโฮอิชินั่งบนเบาะนั้น ผ้าม่านที่ฝั่งหนึ่งขอห้องตรงหน้าพระโฮอิชิก็เปิดออก เด็กชายน่ารักวัย 8 ขวบ นั่งพร้อมกับเหล่าสาวใช้และแม่นมที่ดูแก่มีอาวุโส

   "นมัสการพระคุณเจ้า ข้านิมนต์ท่านมาในครั้งนี้ด้วยใคร่อยากจะฟังบทกล่อมและเสียงบิวะของท่านที่ล่ำลือ ท่านจะช่วยสนองแก่ข้าน้อยช่วยบรรเลงขับลำนำประวัติของตระกูลเฮเคะ พร้อมกับประสานเสียงบิวะได้หรือไม่"

  "ไ้ด้...อาตมายินดี..แต่ว่าบทขับลำนำของประวัติตระกูลนี้ ยาวมากคงเล่นไม่ได้พร้อมในช่วงค่ำคืนนี้ โยมช่วยบอกอาตมาว่าต้องการฟังตอนไหนของบทขับนี้"

  "เช่นนั้นข้าน้อยขอฟังตอนทำสงครามที่ดันโนอุระเลยล่ะกัน เป็นตอนที่น่าโศกสลดที่สุด"

   จากนั้นโฮอิชิก็เริ่มจับบิวะและดีดบรรเลง มือบรรเลงสัมผัสบนเส้นดีดดังสัมผัสกันจนเกิดเสียงที่เศร้าสร้อย...และค่อยๆรุนแรงขึ้นคล้ายเสียงคลื่นลมในทะเล และเสียงของดาบและกระบี่ เสียงธนู ผู้คนชมเชยกันถูกฝีมือของพระโฮอิชิที่บรรเลงได้เสมือนจริง

   แต่พอพระโฮอิิชิขับกล่อมมาถึงตอนที่ว่าเป็นจุดสำคัญของตอน

"นักรบตระกูลเกนจิผู้ชนะในสงครามเข้าบุกคฤหาส์น... ธนูไฟยิงใส่ต้นไม้หลังคาและผู้คนล้มตายน่าสังเวชสยดสยอง ดิ้นทุรนทุรายไฟผลาญเผาไหม้ตายน่าเวทนา.... แม่นมนิืิอิโนะอะมะด้วยความภักดีจะรักษาเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเฮเคะ...เธอเข้าอุ้มกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอดและพยายามหาทางออกจากคฤหาส์นที่เต็มไปด้วยไฟดั่งทะเลเพลิง "

   
   เด็กน้อยผู้นั่งเป็นประธานน้ำตาไหลริน ภาพแห่งอดีตปรากฏขึ้น หญิงสาวแก่วัยอาวุโสกั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวจึงไหลหลั่นเป็นสายธาร และเธอเข้ากอดเด็กน้อย...เหล่าสาวใช้เอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตาและร้องไห้ด้วยความสังเวช ผู้คนให้ห้องโถงร้องไห้สะอึกสะอื้น พอบทขับกล่อมจบลง เด็กน้อยตบมือ

   "สมกับคำล่ำลือเสียจริง บทกล่อมและเพลงของท่านช่างหาฟังได้ยากยิ่ง เป็นบุญและที่ข้าน้อยได้ฟัง"

   "อย่าชมอาตมาเลยโยม แค่อาตมาต้องการใช้เป็นคติสอนใจมนุษย์เท่านั้่น"

   "ข้าน้อยชอบมากเลยพระคุณเจ้า ท่านช่วยมาบรรเลงกล่อมข้าน้อยเช่นนี้บ่อยๆได้หรือไม่"

   "อาตมายินดีหากโยมชอบ อาตมาก็จะมาให้"

   "เดี๋ยวสาวใช้ข้าคนเดิมจะเป็นผู้รับหน้าที่ไปรับท่านที่วัด แต่หลวงพี่โปรดอย่าบอกใครว่าท่านมาบรรเลงขับกล่อมเพลงพิณแก่ข้าน้อยนะ ข้ากลัวว่าชาวบ้านจะหาว่าข้าบังคับพระผู้ทรงศีลมาทำอะไรตามใจตน"

  "ได้โยม อาตมาชอบเสียอีกที่มีคนชอบบทกล่อมของอาตมา"

   จากนั้นพระโฮอิชิก็ขึ้นรถม้ามาส่งยังวัด ในขณะที่เจ้าอาวาสกลับก็เข้าถามพระโฮอิชิว่า

  "เจ้าไปไหนมา"
  "ข้าไปทำธุระมาท่านเจ้าอาวาส"
  "ไม่เป็นไรหากเจ้ากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้วไปนอนเถิด"
  "ขอรับท่านเจ้าอาวาส"

   เจ้าอาวาสหันออกไปยังประตูวัดก็พบกับไฟวิญญาณ 2 ดวง ที่ทำท่าแอบอยู่ข้างประตู เจ้าอาวาสจึงเริ่มสงสัยว่าจะมีวิญญาณมายุ่งกับพระโฮอิชิซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ที่คนธรรมดาไปยุ่งเกี่ยวกับวิญญาณ #tobecontinued #つづく

จาก https://m.facebook.com/photo.php?fbid=1807762592589000&id=100000658301396&set=a.228569830508292.61674.100000658301396&source=48


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6589
  • กิจกรรม:
    0.6%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1403
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Linux Linux
  • Browser:
  • Chrome 63.0.3239.111 Chrome 63.0.3239.111
    • ดูรายละเอียด
    • Awards


พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ตอน ๒

     ต่อมาพระโฮอิชิก็ไปเล่นขับกล่อมให้เจ้านายน้อยเป็นประจำ จนเจ้าอาวาสเริ่มสงสัยในธุระส่วนตัวของพระโฮอิชิ ท่านจึงสั่งให้เด็กวัดตามพระโฮอิชิไป และแล้วก็ปรากฏว่า พระโฮอิชิเดิมตามดวงไฟวิญญาณ 2 ดวง ไปทางป่าช้าหลังวัด เด็กวัดก็สะกดรอยตามอย่างเงียบๆจนมาพบพระโฮอิชิบรรเลงพิณและขับเพลงกล่อมอยู่ท่ามกลางดวงไฟวิญญาณจำนวนมากท่ามกลางสุสานของตระกูลเฮเคะ
    เด็กวัดจึงเ้ข้าไปจับตัวพระโฮอิชิออกและพากลับวัดไปหาเจ้าอาวาส พระโฮอิชิกำลังโมโหที่ถูกลักพาตัวมาในขณะีที่กำลังบรรเลงเพลงพิณบิวะต่อหน้าเจ้านายผู้ส่งศักดิ์ตัวน้อย เจ้าอาวาสจึงกล่าวถามพระโฮอิชิว่า
 
"โฮอิชิเอย...เจ้าจงเล่ามานะว่าเจ้าไปทำอะไรในตอนกลางคืน"
 "กระผมแค่ถูกเชิญไปบรรเลงเพลงพิณให้เจ้านายผู้สูงศักดิ์"
 "เจ้าแน่ใจนะ...ว่าเจ้าไปบรรเลงเพลงใ้ห้คนฟัง"
 "โธ่หลวงพ่อ...ก็มีคนมารับกระผมขึ้นรถม้าไปยังที่ประทับของเจ้านายน้อยผู้สูงศักดิ์"
  "ที่เจ้าเด็กวัดว่าข้าว่า...เจ้าไปบรรเลงเพลงอยู่ที่สุสานของตระกูลเฮเคะ"
  "อะไรนะหลวงพ่อ"
  "เจ้าไม่เชื่อก็ตามเจ้าเด็กวัดดูล่ะกัน"
  "จริงครับ หลวงพี่ ผมเห็นกับตาว่ามีดวงไฟวิญญาณมากมายอยู่ท่ามกลางหลวงพี่และที่นั้นเป็นสุสานพวกขุนศึกครับหลวงพี่"
   พระโฮอิชิถูกกับอึ้งไปเลย
  "เจ้านะตาบอด ผีมันก็เลยหลอกเจ้าไป ถ้าข้าปล่อยเจ้าให้ไปบรรเลงอยู่กับวิญญาณ เจ้าคงอายุสั้นแน่ๆ"
  "หลวงพ่อครับ...กระผมมันเป็นคนตาบอด...ผมจึงมิอาจจะรู้ได้เลยว่าใครผีใครคน"
  "โฮอิชิ...ข้าว่าถ้าเจ้ายังอยู่ เหล่าวิญญาณต้องตามเอาตัวเจ้าแน่ๆ"
 "เช่นนั้นผมควรทำอย่างไรขอรับ หลวงพ่อช่วยกระผมด้วย"
  "หากเป็นเช่นนั้น...."
  เจ้าอาวาสให้พระโฮอิชิถอดผ้าออกและท่านก็หยิบขวดน้ำหมึกกับพู่กันอันเล็กมาและจุ่มเขียนลงบนตัวของพระโฮอิชิ

       เจ้าอาวาสเขียนตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เป็นยันวัชรปรัชญาปารมิตา และลงอาคมคาถาป้องกันให้พ้นจากวิญญาณร้าย  เจ้าอาวาสถูกนิมนต์ไปพร้อมกับพระภิกษุรูปอื่นไปสวดพิธีศพอีกที่หนึ่ง จึงต้องปล่อยพระโฮอิชิไว้อีก แต่่ท่านวางใจเพราะท่านได้ลงยันต์ป้องกันไว้ให้กับพระโฮอิชิ พอตกกลางคืน พระโฮอิชิมานั่งที่ระเบียงรอเจ้าอาวาสกลับวัดอยู่นั้น
  "พระคุณเจ้าโฮอิชิเจ้าคะ......ข้าน้อยมารับท่านแล้วค่ะ"
   พระโฮอิชินั่งนิ่งแข็งตัว เสียงนั้นอยู่ไม่ไกลตัวท่านเลย
 "พระคุณเจ้าคะ นายน้อยรออยู่นะค่ะท่าน ท่านอยู่ไหนเนี้ย..."
  สาวใช้อันเป็นวิญญาณเดินขึ้นบันไดมาถึงระเบียงที่พระโฮอิชินั่งอยู่พร้อมกับซามูไรและชายขับรถม้า
  "นี้พิณบิวะของหลวงพี่โฮอิชินี้แต่ตัวท่านไปไหนนะ"
  "เจ้าดูนั้นซิ...หู...."
  "อะไรกันนี้หู...แล้วตัวไปไหน"
  "เราจะทำให้ภารกิจครั้งนี้เสียไปไม่ได้...ถึงจะไม่มีตัวแต่เราจะเอาหูไป เราจะทำงานที่นายมอบมาให้เสียไม่ได้ ทำได้เท่าไหนก็ทำเท่านั้น"
  ผีซามูไร ก็ดึงกระชากหูทั้งสองข้างและกำไว้ พระโฮอิชิถูกกระชากหูไป ถึุงจะเจ็บปวดทรมานจนอยากจะ้ร้องออกมาสุดเสียงก็ตาม แต่ก็กลัวว่าผีจะจับได้จึงอดทนเงียบไว้
  "จะดีหรือได้เพียงแค่หูไป..."
  "เอ้าน่า...กลับไปหานายน้อยกัน"
  ดวงวิญญาณ  ก็ลอยออกไปจากวัด พระโฮอิชิผู้น่าสงสารหูของเขาขาดทั้ง 2 ข้าง  ท่านกลัวจึงไม่กล้าไปไหนจึงนั่งอยู่ที่ระเบียงนั้น
   เจ้าอาวาสกลับมาถึงวัด ก็เข้าไปหาพระโฮอิชิและพบภาพที่พระโฮอิชิร้องไห้สะอึกสะอื้นและไร้หูไปแล้ว
   "โธ่ โฮอิชิผู้น่าสงสาร ข้าช่างแย่จริงๆเลย ข้าไม่ไ้ด้เขียนยันต์บริเวณหูของเจ้า.... นโมแด่พระพุทธองค์อมิตาพุทธภะจะรักษ์พิทักษ์เจ้า...ตอนนี้เจ้าจะรอดพ้นจากวิญญาณเหล่านั้นเลย..."
    จากนั้นพระโฮอิชิกลายเป็นพระตาบอดและพระไม่มีหู เจ้าอาวาสให้หมอมารักษาแผลที่บริเวณหูจนหาย จากพระตาบาดมาถูกเรียกว่า โฮอิชิไร้หู (เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของท่านจริงๆ) แต่เรื่องราวของพระโฮอิชิก็กลายเป็นที่ล่ำลือ จนขนาดขุนนางและเศรษฐีจากเกียวโต ก็เดินทางมาฟังเพลงพิณบิวะของพระโฮอิชิ และได้ถวายปัจจัยและของมีค่าต่อวัด จนวัดอมิดาจิ เป็นวัดที่มีทรัพย์สามารถอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาได้ และได้มีการศาลอนุสรณ์เป็นรูปพระโฮอิชินั่งเล่นพิณบิวะที่ ศาลเจ้าอาคามะจิงกุ
 ณ ตรงที่เป็นสุสาน ของขุนศึกเฮเคะ และยังคงตั้งมาจนถึงทุกวันนี้
" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham