ผู้เขียน หัวข้อ: เพราะอะไรถึงลุกปัสสาวะกลางดึก  (อ่าน 1379 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7456
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2235
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
  • Browser:
  • Chrome 62.0.3202.94 Chrome 62.0.3202.94
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
หมอเขียว-ตอบปัญหาสุขภาพกายใจ
9 กุมภาพันธ์ 2016 ·
คำถาม ๓๑
เพราะอะไรถึงลุกปัสสาวะกลางดึก กระสับกระส่าย นอนไม่หลับบ่อยๆ ครับ ?

คำตอบ ๓๑
ช่วง ๔ ทุ่มถึงตี ๒ เป็นช่วงที่แพทย์แผนไทยพบว่า เป็นช่วงไฟกำเริบ เพราะร่างกายจะผลิตความร้อนมาสู้กับความเย็นตั้งแต่หัวค่ำและจะมีความร้อนสะสมสูงที่สุด ในช่วงเวลาดังกล่าว และโลกจะเริ่มคายความร้อนที่ เก็บไว้ในช่วงกลางวัน ความร้อนจะถูกระบายสู่บรรยากาศสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว
ในคนที่มีภาวะร้อนเกินจึงมักมีอาการกำเริบแสดงให้เห็นในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น หัวใจวายตาย (ไหลตาย) หอบหืด ปวดตามร่างกาย กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ลุกปัสสาวะกลางดึก เป็นต้น

การลุกปัสสาวะกลางดึก เป็นกลไกการระบายความร้อนที่มากเกินในร่างกาย ณ เวลานั้น จึงควรดื่มน้ำ ในปริมาณที่รู้สึกสบาย เพื่อดับความร้อนที่มากเกินนั้น ความร้อนจะได้ไม่ทำร้ายร่างกาย เราจะได้ไม่ลุกปัสสาวะบ่อย และในช่วงกลางวันควรปรับสมดุลถอนพิษร้อนให้ดี ถ้าร่างกายสมดุลดีจะไม่ลุกปัสสาวะกลางดึก

ช่วง ๔ ทุ่มถึงตี ๒ จึงควรนอนหลับพักผ่อน
จะเป็นผลดีต่อสุขภาพมากที่สุดถ้าจำเป็นต้องทำงานช่วงเวลานี้ ไม่ควรทำบ่อย เพราะไฟความร้อนจะเผาทำร้ายร่างกายมาก ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ถ้าจำเป็นต้องทำงานในช่วงเวลานี้ควรถอนพิษร้อนให้ดี

ถ้างานยังคั่งค้าง ไม่เสร็จ การพักงานนอนหลับพักผ่อนช่วงเวลานี้ แล้วลุกขึ้นมาทำงานต่อในช่วง ตี ๒-๖ โมงเช้า ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ การเพียรการพักด้วยอิทธิบาท ๔ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๐ “ชนวสภสูตร” ข้อที่ ๒๐๐)

ธรรมอันเป็นที่ตั้งสู่ความสำเร็จ คือ ฉันทะ (ความพอใจ) ซึ่งความพอใจ ก็คือความสุข (พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า อะไรคือความสุขในโลก พระพุทธเจ้า ตรัสตอบว่า ความสุขคือความพอใจ) และเมื่อพลังของความพอใจมากพอ อันเกิดจากการพิจารณาเห็นคุณค่า/ประโยชน์ / ข้อดี ของการทำกุศลนั้นๆ


เช่น ขณะที่ร่างกายแข็งแรงมีกำลังก็พิจารณาประโยชน์ของการทำงาน เมื่อทำงานเต็มที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ก็พิจารณาประโยชน์ของการพัก ก็จะทำให้เกิดฉันทะซึ่งจะผลักดันให้เกิดสภาพวิริยะ (ความพากเพียรในการทำกิจกรรมนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการงานหรือกิจกรรมการพัก ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย ณ เวลานั้นๆ ) ด้วยจิตตะ (จิตใจจดจ่อ / ทุ่มโถมเอาใจใส่) และวิมังสา (การตรวจสอบใคร่ครวญผลของการกระทำทั้งทางวัตถุและทางจิต)


การตรวจสอบประเมินผลทางวัตถุ คือ
ตรวจผลที่เกิดจากกิจกรรมการงานว่าได้ มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรหรือไม่ในคราวต่อไป

การตรวจสอบประเมินผลทางจิต คือ
ตรวจเหตุแห่งทุกข์ (กิเลส) ในจิตของเราว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็คือขณะที่เราทำกิจกรรมการงานที่เป็นกุศลต่างๆ จิตใจของเรา เป็นสุข ยินดี เต็มใจ เบิกบาน แจ่มใส สงบ สบาย ไร้กังวลได้มากน้อยแค่ไหน

การใช้เทคนิค ๙ ข้อในการปรับสมดุลนั้น แต่ละคนอาจทำเพียงบางข้อหรือหลายข้อตามความสมัครใจและความรู้สึกสบาย เบากาย มีกำลัง ของบุคคลนั้นๆ ณ เวลานั้น

ส่วนใหญ่คนยุคนี้จะมีภาวะร้อนเกิน เวลาปรับสมดุลควรปรับเพิ่มสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น ปรับลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน ตามสภาพร่างกาย ณ ปัจจุบัน แต่เมื่อปฏิบัติไปเรื่อยๆ ถึงเวลาหนึ่งก็จะเกิดอาการเย็นเกินแทรกเข้ามา ก็ให้ปรับลดสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น เพิ่มสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน ตามสภาพร่างกาย ณ ปัจจุบัน

แม้ว่าขณะนั้นโรคจะยังไม่หายก็ตาม เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดอาการร้อนเกิน ก็ให้ปรับลดสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน เพิ่มสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น ตามสภาพร่างกาย ณ ปัจจุบัน ทำสลับกลับไปกลับมา บางครั้งร่างกายก็ต้องการทั้งสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็น บางครั้งก็ไม่ต้องการทั้งสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็น การปรับสมดุลตามสภาพร่างกาย ณ ปัจจุบัน โรค/อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ก็จะทุเลาหรือหายไป


โดย ดร.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม
สำนักการแพทย์ทางเลือก
กระทรวงสาธารณสุข
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
หน่วยแพทย์วิถีธรรม
โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
>>fbอกาลิโก แปลว่าไม่ประกอบด้วยกาล
ได้แชร์รูปภาพของ หมอเขียว-ตอบปัญหาสุขภาพกายใจ


~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7456
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2235
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
  • Browser:
  • Chrome 63.0.3239.132 Chrome 63.0.3239.132
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: เพราะอะไรถึงลุกปัสสาวะกลางดึก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 25, 2018, 04:24:18 PM »
fbพลังสูงวัย
23 มกราคม เวลา 6:57 น. ·
เรืองตื่นมาฉี่กลางคืน ไม่นึกว่าจะซับซ้อนขนาดนี้

“ปัสสาวะกับภาวะหัวใจอุดตัน”
อยากให้ สละเวลาซัก 2 นาที เพื่ออ่านบทความ อันมีค่านี้
แพทย์ชาวอเมริกันได้กล่าวถึง ปัญหาความเกี่ยวเนื่อง ระหว่าง การปัสสาวะ ตอนกลางคืน กับ ภาวะการอุดตัน ของหัวใจและ สมอง
วันนี้เอาความรู้ที่สำคัญที่ พวกเราต้องระวังมาเล่าสู่กันฟัง

คนแก่มักมีปัญหาของ การปัสสาวะตอนกลางคืน ทำให้ไม่ยอมดื่มน้ำก่อนนอน และไม่ยอมดื่มน้ำ หลังจากที่ตื่นขึ้นมาปัสสาวะ กลางดึก แต่นี่ กลับกลายเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิด ภาวะสมองอุดตัน ในยามเช้าของ คนแก่ได้
จริงๆแล้ว ภาวะการปัสสาวะ สองครั้งในเวลาคืน ไม่ใช่ปัญหาการเสื่อม สมรรถนะของกระเพาะ ปัสสาวะ
ที่ปัสสาวะตอนกลางคืน ก็เพราะคนแก่มีประสิทธิภาพ ของหัวใจที่เสื่อมถอย หัวใจห้องขวา สูบโลหิตจากร่างกาย ช่วงล่างเข้าหัวใจ อ่อนแรงลง....

อิริยาบถของคนเราที่ทำงาน ในเวลากลางวัน ทำให้ เลือดไหลลงสู่ด้านล่างของ ร่างกายได้ง่าย และคน ที่หัวใจไม่ปกติ หัวใจไม่ค่อยมีแรง ที่จะสูบเลือดให้กลับขึ้น สู่หัวใจ แรงโน้มถ่วง เป็นแรงกดที่จะทำให้ ช่วงล่างของคนแก่เหล่านี้ มีลักษณะบวมน้ำ พอตกกลางคืน เวลานอนราบ ร่างกายช่วงล่าง มีแรงกดน้อยลง น้ำที่สะสมอยู่ ในร่างกายช่วงล่าง ก็จะซึมกลับ เข้าสู่กระแสเลือด

เวลาน้ำในร่างกายมากเกินไป ไตก็จะเริ่ม ขับน้ำออก ทำให้ กระเพาะปัสสาวะ กระตุ้น เรา ให้ตื่นขึ้นมา ปัสสาวะในเวลากลางคืน
ดังนั้นหลังจากนอนราบ ได้ 3-4 ชั่วโมง ก็ต้องตื่นขึ้นมา เข้าห้องน้ำครั้งหนึ่ง แต่น้ำในเลือดที่ยังไม่หมด ยังคงสะสมมากขึ้น เรื่อยๆ ทำให้ผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ก็ต้องลุกขึ้นมา เข้าห้องน้ำเป็นครั้งที่ 2 ...แล้วทำไมจึงเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้สมองอุดตัน หรือหัวใจอุดตันล่ะ

ก็เพราะว่าหลังจากถ่าย ปัสสาวะไป 2-3 ครั้ง ระดับน้ำในเลือดมีปริมาณน้อยลงมาก ในฤดูหนาว อากาศที่แห้ง จะดูดความชื้น จากลมหายใจของเรา ด้วย ทำให้เลือด เริ่มกลายสภาพหนืดข้น ขึ้น อีกทั้งเวลานอน ร่างกายมี activity ต่ำ และหัวใจ เต้นช้าลง ทำให้เลือด ที่หนืดข้นเกิดการอุดตันได้ง่าย นี่คือ สาเหตุสำคัญที่ว่า ทำไมคนแก่ส่วนใหญ่ มักจะเกิดปัญหา หัวใจอุดตัน หรือ สมองอุดตัน ในเวลาตี 5 หรือ 6 โมงเช้า และทำให้ เกิดภาวะการตายในขณะนอนหลับ
เรื่องแรกที่จะบอกทุกท่านก็คือ การปัสสาวะ ตอนกลางคืน ไม่ใช่ความบกพร่อง ของ กระเพาะปัสสาวะ หรือ ปัญหา ของหัวใจอ่อนแรง

เรื่องที่ 2 ที่ต้องบอกทุกท่านก็คือ ก่อนนอนจะต้องดื่มน้ำอุ่น และ หลัง ลุกขึ้นมาปัสสาวะ ในตอนกลางคืนแล้ว ก็ควรดื่มน้ำอุ่นอีก อย่ากลัว การปัสสาวะ ในเวลากลางคืน เพราะ การไม่ดื่มน้ำ จะทำให้ เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

เรื่องที่ 3 ที่ต้องบอกทุกท่านก็คือ ในเวลาปกติควรฝึกออกกำลังกายให้หัวใจแข็งแรง ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรใช้บ่อยๆ จะสึกหรอได้ แต่ร่างกาย กลับตรงกันข้าม ถ้าฝึกบ่อยๆจะแข็งแรงขึ้น
ในเวลาปกติ จะต้องไม่กินอาหารที่ทำให้เสียสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง และอาหารที่ทอด ด้วยน้ำมัน
ถ้าคุณชอบบทความนี้ กรุณาส่งต่อให้เพื่อนสูงอายุที่คุณรัก

นำเสนอโดย หัวหน้าพยาบาลเกษียณ (l)(o)(v)(e) (u): (love).
Sent from my iPad

..หน่อยช่วยได้...."อายุมากแล้ว...ถ้าไม่อยากเจ็บป่วย ก็ปฏิบัติ 22 ข้อนี้พอ"

1. เข้านอนเร็วหน่อย
2. ทำอะไรช้าลงหน่อย
3. กินอาหารน้อยลงหน่อย
4. กินอาหารหลากหลายหน่อย
5. กินมื้อค่ำเร็วขึ้นหน่อย
6. กินอาหารร้อนหน่อย
7. ดื่มน้ำมากหน่อย
8. กินเกลือน้อยหน่อย
9. ออกกำลังมากหน่อย
10. ใจกว้างมากหน่อย
11. โรแมนติคมากหน่อย
12. เอ่ยถึงชื่อเสียง ผลประโยชน์ของตัวเองน้อยหน่อย
13. รู้จักพอเพียงให้มากหน่อย
14. ลืมอายุสักหน่อย
15. ยุ่งกับเรื่องจุกจิกน้อยหน่อย
16. ไม่ว่าเรื่องอะไร ต้องปล่อยวางหน่อย
17. คบเพื่อนมากหน่อย
18. ยิ้มมากหน่อย
19. มีงานอดิเรกหลากหลายหน่อย
20. แต่งตัวให้สวย-ให้ดูดีหน่อย
21. เที่ยวให้มากหน่อย
22. ปล่อยตัวตามสบายหน่อย

แถมให้อีก 1 ข้อ...

23. ส่งต่อไปให้เพื่อนๆ หน่อย
..
☀ ถ้าทุกคน ได้ทุกอย่าง ได้ดั่งคิด

☀ สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน

☀ ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร

☀ หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้พอ

☀ อีกไม่นาน วันผันผ่าน ก็ต้องจาก

☀ จะมีมาก หรือมีน้อย วัยถอยถอน

☀ เอาอะไร ไปไม่ได้ นั้นแน่นอน

☀ วันจากจร เหลือเพียงแต่ แค่ตำนาน

☀ ก็วันนี้ มีพอกิน มีพอใช้

☀ ไม่เท่าใคร แต่เพียงพอ ก็สุขได้

☀ ทำหน้าที่ สมควร ก่อนด่วนไป

☀ จากเมื่อไหร่ หลับตาได้ ไม่อาวรณ์......

จงดูแลรักษาของล้ำค่า 4 อย่างนี้ดีๆ

1. ร่างกาย เป็นสิ่งเดียวที่จะอยู่ไปกับเราตราบสิ้นชีวิต ไม่ว่า .. จะอยู่ในสถานะอะไร ไม่มีใครจะดูแล เขาได้ดีเท่ากับตัวเรา

2. คู่ชีวิต คือ คนที่จะดูแล เข้าข้างและ ปกป้องเราไปตลอดชีวิต ลงทุนเพียงนิด ผลได้ทวีคูณ

3. เพื่อน เพื่อนดีๆ มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินทุกอย่างบนโลก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน จริงใจ ฯลฯ มีเงินก็ซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

4. ทรัพย์สมบัติ ยิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการหามันเพิ่มจะยิ่งลดลง
ดังนั้น .. ต้องรู้จักใช้มันให้คุ้มค่าสูงสุด

..
... ให้ 10 อย่าง ที่ไม่ต้องใช้เงิน ...

1. ให้ .. รอยยิ้ม
2. ให้ . . ความรัก
3. ให้ . . ความเมตตา
4. ให้ . . อภัย
5. ให้ . . กำลังใจ
6. ให้ . . คำแนะนำ
7. ให้ . . โอกาส
8. ให้ . . ความไว้วางใจ
9. ให้ . . คำพูดที่ไพเราะ
10. ให้ . . ความสำคัญ

... ทั้ง 10 อย่างนี้ ...
ยิ่งให้ออกไป . . จะยิ่งได้รับกลับมา

. . " สลัด ". . เพื่อสุขภาพ

สลัดโกรธ . . วิธีทำ . . ให้อภัย
สลัดกังวล . . วิธีทำ . . มองโลกในแง่ดี
สลัดอิจฉา . . วิธีทำ . . ยอมรับและเห็นคุณค่าตัวเอง
สลัดอดีต . . วิธีทำ . . เรียนรู้จากมันแล้วเริ่มต้นใหม่ ...

..
4 ประการ ที่แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ทำไม่ได้

เราแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มาก แต่เรามีสี่ประการที่ทำไม่ได้
ลูกศิษย์ถามพระพุทธองค์ว่า
“ในเมื่อท่านเป็นผู้ที่มี ความเมตตา และอิทธิฤทธิ์ แล้ว ทำไมยังมีคนที่ลำบากอยู่?”

พระพุทธองค์ตอบว่า
“เราแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มาก แต่เรามีสี่ประการที่ทำไม่ได้”
1 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิบากกรรมได้ ใครสร้างกรรมเอาไว้ไม่มีใครรับแทนได้คนนั้นต้องรับเอง

2 ปัญญาให้กันไม่ได้ ต้องฝึกฝนเอาเองถึงจะเกิดปัญญาได้

3 ความศรีวิไล ของ ธรรมะ ไม่สามารถสื่อทางภาษาได้ ความจริงแท้ในจักรวาลต้องใช้การปฏิบัติหนทางเดียวเท่านั้นเพื่อพิสูจน์ความจริง

4 คนที่ไม่มีวาสนาที่ดี กับเราจะฟังไม่เข้าถึงใจเขา เราจึงโปรดเขาไม่ได้ ฝนแม้จะตกทั่วฟ้า ก็ยังไม่เกิดประโยชน์กับหญ้าที่ไร้ราก พระธรรมแม้จะกว้างใหญ่ไพศาล ก็ยากที่จะโปรดคนไร้วาสนา

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
“เป็นการยากที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นการยากที่ชีวิตสัตว์จะได้อยู่สบาย เป็นการยากที่จะได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ เป็นการยากที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติมา”

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราจึงควรเห็นคุณค่าของ การเกิดเป็นมนุษย์ อย่าให้เสี่ยโอกาส เสียเวลา ไปโดยเปล่าประโยชน์ เอาใจใส่รักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้มั่นคง ถึงจะเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วก็ตาม แต่จิตใจก็เป็นไปได้ใน ๒ ทางคือ

ใจต่ำ เป็นอกุศลจิต ใช้ชีวิตอย่างประมาท ขาดสติ เป็นทางของสัตว์เดรัจฉาน เปรต ยักษ์ สัตว์นรก
ใจสูง เป็นกุศลจิต ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ปัญญา ไม่ประมาท สร้างกุศลกรรมความดี สร้างบารมี เป็นทางของมนุษย์ เทวดา พรหม อริยมรรค อริยผล นิพพาน

ดังนั้นสำหรับการเกิดเป็นมนุษย์ในชาติหนึ่ง การเลือกทางดำเนินชีวิตของ....เราจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

>>กำลังใจไว้แบ่งปัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2018, 05:40:27 AM โดย ฐิตา »

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham