ผู้เขียน หัวข้อ: Untitled  (อ่าน 366 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 時々होशདང一རພຊຍ๛

  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • ****
  • กระทู้: 978
  • กิจกรรม:
    0.2%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1109
  • แสงทองส่องฟ้าคือชีวิต
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 61.0.3163.100 Chrome 61.0.3163.100
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Untitled
« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2017, 02:16:15 PM »




บทนำเรื่อง.....วันนี้ 1 พฤศจิกายน 2011 คงเหลืออีกไม่ถึง 60 วันก็จะสิ้นปี 2011 ก่อนเข้าสู่เทศกาลกิน เจ ก็มีกิเลส หลังเทศกาลกิน เจ กิเลสก็ยังตามมาติด ๆ ทำงัยได้ในเมื่อยังเป็น(ปุถุชน)ซึ่งหนาแน่นไปด้วยกิเลส คราวนี้มีเรื่อง"กฏแห่งกรรม"นำมาแปะไว้ กฏแห่งกรรม ของ ท.เลียงพิบูลย์ซึ่งผมเคยฟังเมื่อหลายสิบปีผ่านมาแล้วในตอนที่ชื่อว่า ไม้เท้าคุณตา ผมก็ฟังตามคุณ แม่ ผมสมัยนั้นแม่มีวิทยุทรานซิสเตอร์ ไว้ฟังข่าวชาวบ้าน ซึ่งออกอากาศเวลา 8.00 น.อ่านข่าวโดย คุณ วุฒิ เววุจันทร์

ผมฟัง กฏแห่งกรรม ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กวัยรุ่นอายุประมาณ 16 ขวบ จนถึง 20 กว่าขวบปีซึ่งอ่านออกอากาศที่สถานีวิยุ 01 ภาคพิเศษ อ่านโดย คุณ อาคม ทันนิเทศน์และคุณ อาคม ทันนิเทศน์ ได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว(ราว ๆ ปี 2545)

สำหรับ กฏแห่งกรรม ของ ท.เลียงพิบูลย์ซึ่งแต่ละตอนยาว ๆ ทั้งนั้นเมื่อก่อนผมฟังยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะจบ 1 ตอนที่นำมาแปะไว้ ใต้ร่มธรรม ยังไม่จบน่ะครับยังมีต่อ

ไม้เท้าคุณตา ตอนที่ 2

วันนี้(พุธที่ 1 พฤศจิกายน 2017)นำ กฏแห่งกรรม ของ ท.เลียงพิบูลย์มาให้อ่านกันอีก 1 ตอน ครับ

ไม้เท้าคุณตา ตอนที่ 1 ......http://www.tairomdham.net/index.php/topic,13210.0.html

ชาวบ้านพากันเรียกผู้เฒ่าว่า คุณตา ส่วนผู้ติดตามนั้นชาวบ้านเรียกว่า พ่อดำ เพราะร่างกายกำยำผิวดำหน้าดุ ส่วนชื่อจริงหรือบ้านช่องอยู่ที่ไหนมาก่อนนั้น ไม่ใครรู้หัวนอนปลายตีน

คนในหมูบ้านชายทะเล ที่ท่านผู้เฒ่าให้ความสนิทสนมรักใคร่มากที่สุดนั้น ก็เห็นจะเป็นเด็กชายแสน เพราะแสนอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่ นาน ๆ นายดำหรือพ่อดำก็หายไปกับเรือใบแบบเรือบดที่มีประจำบ้าน วันหนึ่งหรือสองสามวันก็กลับมา ระหว่างพ่อดำไม่อยู่ แสนก็เสนอตัวไปช่วยทำโน่นทำนี่ รับใช้ท่านผู้เฒ่า ในบ้านด้วยความเห็นชอบจากพ่อแม่ของแสน จึงทำให้ท่านผู้เฒ่าอยากให้แสนอยู่ด้วยใกล้ชิด นึกสงสารเอ็นดู บางครั้งท่านผู้เฒ่าได้ให้เงินเพื่อตอบแทนความดีรักใคร่ แต่แสนก็ไม่ยอมรับ ซ้ำบอกว่าการที่มาช่วยทำงานให้ระหว่างพ่อดำไม่อยู่นั้น มาทำให้ด้วยความสมัครใจและเต็มใจ มีความเคารพคุณตาเหมือนญาติผู้ใหญ่ มิได้หวังสิ่งใดตอบแทน เหมือนเด็กส่วนมากที่มุ่งหวังสินจ้างรางวัล ทำให้ท่านผู้เฒ่าอึ้งไป ไม่นึกว่าเด็กชายแสนจะมีจิตใจสูงเช่นนี้ และบ่นพึมพำอยู่ในใจว่ามันก็เหมือนเก่า

หลังจากพ่อดำหายไปสองหรือสามวันก็กลับมา พร้อมทั้งของกินและของใช้มากมาย ท่านผู้เฒ่าก็แบ่งให้แสนนำไปบ้านบ้าง แต่แสนเป็นเด็กประหลาดไม่ยอมรับ ท่านผู้เฒ่าจึงต้องบอกว่านี่ ฉันไม่ได้ให้เธอ แต่ฉันฝากไปให้พ่อแม่ของเธอที่บ้าน

แสนจึงต้องจำใจตกลงยอมรับเอาไปให้พ่อแม่ที่บ้าน นอกจากนั้นก็ยังมีผู้สนิทสนมกับท่านผู้เฒ่านี้คือ ท่านสมภารที่วัดดอนผักเบี้ย เพราะตามปกติท่านผู้เฒ่าไปฟังเทศน์ฟังธรรมสนทนา กับพระที่วัดเสมอ โดยมีแสนนำไปทุกวันโกนวันพระ ถ้าวันธรรมดาปกติแสนก็ทำงานในบ้าน พ่อดำก็เป็นผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด ฉะนั้นท่านผู้เฒ่าหรือคุณตาตามที่คนในหมู่บ้านชอบเรียก จึงได้สนิทสนมกับท่านสมภารตลอดมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นคืนหนึ่ง ได้เกิดพายุใหญ่พัดจัดทะเลเป็นบ้าคลื่นใหญ่ ตีซัดเข้าฝั่งฝนตกหนัก ฟ้าคะนองร้องคำรามเสียงดังราวกับแผ่นดินจะถล่มทลาย กลางดึกตลอดคืนนั้น ชาวบ้านชายทะเลพากันอกสั่นขวัญหาย กลัวพายุจะพัดทำลายทุกอย่าง ความกลัวทำให้ไม่มีเวลาพักหลับนอน เพราะบ้านชายทะเลส่วนมากใช้ปลูกด้วยเครื่องไม้กระบอกไม้ไผ่ ไม่แน่นหนาอะไรนัก เมื่อถูกพายุพัดบ้านเรือนโยกไหวแทบจะถอนเสาเรือนพังทลายลง ฝนก็สาด ทุกคนก็ต้องคอยระวังข้าวของจะเปียก ลมพัดผ่านกระบอกไม้ไผ่ทำให้เกิดเสียงเหมือนภูตผีปีศาจน่ากลัว พื้นบ้านเป็นดินปรับเรียบพูนเป็นโคกสูงเกินระดับน้ำจะท่วมถึง จึงเพียงแต่ป้องกันในบริเวณบ้านให้พ้นจากน้ำท่วมธรรมดา แต่พายุพัดแรงจัดฝนตกหนักเช่นนี้ นอกจากน้ำท่วมผิดธรรมดาแล้ว ยังกลัวลมจะหอบหลังคาปลิวไปตามพายุ ส่วนเรือซึ่งเป็นเครื่องมือหากินก็ต้องผูกหลักให้แน่นหนา แม้จะจอดอยู่ในคลองก็ดี ก็ต้องคอยระมัดระวัง

ความกลัวทำให้ชาวบ้านส่วนมาก ต่างก็สวดมนต์ภาวนาอ้อนวอนให้พายุร้ายผ่านไปและสงบเร็วๆ และกว่าพายุจะสงบลงได้ก็ค่อนรุ่ง ชาวประมงในหมู่บ้านจึงค่อยหายใจทั่วท้อง ความจริงชาวบ้านส่วนมากหากินในทางประมงก็จริง แต่มีศีลมีสัตย์เมื่อถึงวันโกนวันพระก็จะหยุด ไม่สู้ใครยอมออกทะเลเพื่อจับสัตว์น้ำ ชาวหมู่บ้านนี้ถือกันอย่างเคร่งครัดมาแต่ครั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย ฉะนั้น มีเหตุใดเกิดขึ้นก็พากันสวดมนต์ขอพระคุ้มครอง ชาวบ้านก็ไม่มีใครเป็นอันตราย

หลังจากพายุได้ผ่านไป รุ่งเช้าขาวบ้านตางก็โจษจันกันพูดถึงพายุเมื่อคืนนี้อย่างเซ็งแซ่ เป็นข่าวใหญ่ที่หมู่บ้านนี้ไม่เคยได้ประสบมาก่อน ตามบ้านถูกพายุพัดพาเสียหายมากบ้าง น้อยบ้าง ตามความแข็งแรงของบ้านบางบ้านก็ต้องพากันเที่ยวบุกน้ำตามหาหม้อข้าว หม้อแกงลอยตามน้ำเข้าป่าไป บางบ้านก็เที่ยวตามท่าเรือที่ถูกพายุพัดหลุดไปจากหลัก บางบ้านก็เที่ยวตามหาเป็ดหาไก่ที่หนีน้ำไปอยู่ดอน บางบ้านก็ต้องซ่อมแซมหลังคาและเสาเรือน บางบ้านพ่อแม่พี่น้องก็ต้องนั่งกอดเข่า เพราะทั้งข้าวสารทั้งหม้อข้าวครัวทั้งแถบหายไปกับพายุ ไม่มีอะไรเหลือติดบ้านเลย ลูกเด็กเล็กแดงต่างก็อดข้าวอดน้ำ เพราะคนในหมู่บ้านนี้ไม่ร่ำรวย เพียงแต่ทำพอกินพอใช้เท่านั้น เป็นที่น่าสงสารสมเพชยิ่งนัก คงมีบ้านคุณตาหลังเดียวที่ไม่เสียหาย เพราะสร้างแข็งแรงจึงทนพายุฝน เรื่องความลำบากยากแค้นของชาวบ้านนี้รู้ถึงคุณตา

คุณตาจึงให้แสนไปเที่ยวสำรวจดู บ้านใครที่ไม่มีอะไรเหลือก็รีบมาบอก แล้วคุณตาก็ให้ขนของที่มีอยู่ในบ้าน ให้พ่อดำกับแสนนำไปเที่ยวแจกจ่ายให้ทั่วทุกบ้าน พอที่จะกินประทังชีวิตไปได้เพียงวันสองวัน แล้วก็ให้พ่อดำรีบเอาเรือออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าอ่าว เพียงสองวันก็กลับมา แล้วก็มีเรือใบใหญ่ติดตามมาด้วย เรือใบไม่สามารถจะเทียบท่าเข้าคลองได้ จึงจอดอยู่ข้างฝั่งเพราะกลัวติดเลนโคลนเวลาถ้าลง พ่อดำก็ค่อยๆ ลำเลียงของจากเรือใหญ่ใส่เรือเล็กเข้ามาจอดในคลอง

เมื่อชาวบ้านเห็นน้ำใจอันดีของคุณตาที่แจกอาหารให้ชาวบ้าน ป้องกันอดอยากแล้ว ก็ป่าวร้องกัน มาช่วยขนของให้คุณตา ไม่ช้าเรือเบ็ดและเรือฉลอมก็ออกไปช่วยขน สิ่งของเสบียงอาหารเข้าฝั่งเข้าคลอง มีข้าวสารมากมายเป็นสิบๆ กระสอบ นอกนั้นก็มีพวกเนื้อเค็มพริกแห้ง หัวหอม กระเทียม น้ำมันหมูเป็นปี๊บๆ นอกนั้นยังมีน้ำมันก๊าด ผ้าห่ม เสื้อ กางเกง ผ้านุ่ง ต่างก็พากันช่วยขนกองไว้ที่หน้าบ้านคุณตา พวกชาวบ้านต่างก็พากันสงสัยซุบซิบพูดกันว่า คุณตาเอาของมามากมายเช่นนี้ คงจะมาตั้งร้านค้าขายในหมู่บ้าน ก็มากเกินไปพอที่ชาวบ้านชายทะเลจะมีเงินชื้อได้

เมื่อขนของขึ้นจากเรือใหญ่หมดแล้ว คุณตาก็ได้สั่งให้พ่อดำป่าวร้องบอกพวกชาวบ้านให้มาประชุมกัน ไม่ช้าชาวบ้านก็มาพร้อมกัน แล้วก็ถามว่า ใครขาดอะไรไม่มีก็จงแบ่งไปใช้ ไม่ช้าชาวบ้านก็ได้ข้าวของเครื่องใช้นุ่งห่มและอาหาร ตามแต่บ้านมีคนมากน้อยตามส่วนแบ่งอย่างยุติธรรม ชาวบ้านบางคนเมื่อได้ของกินแล้ว ก็เข้าไปกราบคุณตาแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะตื้นตันใจที่ไม่นึกว่า คุณตาจะมีน้ำใจดีอย่างนี้ และบอกว่าชาวบ้านแถบนี้ล้วนแต่ยากจนไม่รู้จะทดแทนบุญคุณอย่างไร ได้แต่ระลึกถึงบุญคุณ.....
(ยังมีต่อ)






<a href="http://youtu.be/MNJC4ITjwYs" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://youtu.be/MNJC4ITjwYs</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2019, 08:31:46 PM โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ »


ชิเน กทริยํ ทาเนน

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham