ผู้เขียน หัวข้อ: ไซอิ๋ว (ฉบับเดินทางสู่พุทธภาวะ) : อกุศลเจตสิก ๑๔ ดุจปีศาจแมงมุม และ ผึ้ง  (อ่าน 349 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6656
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1478
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 50.0.2661.271 Chrome 50.0.2661.271
    • ดูรายละเอียด
    • Awards



อกุศลเจตสิก ๑๔  ดุจปีศาจแมงมุม และ ผึ้ง

อาจารย์และศิษย์ดั้นด้นมาจนถึงบ้านปั๊วซือเนี้ย ถ้ำปั๊วซือต๋อง อันเป็นที่พำนักของนางปีศาจแมงมุมทั้ง ๗ ที่ดุร้าย มันแปลงกายเป็น หญิงสาวสี่สาวนั่งเย็บปักถักร้อย (อกุศลจิต ได้แก่ อหิริกะ อโนตตัปปะ ทิฏฐิ และ มานะ) อีกสามสาว (อกุศลจิต ได้แก่ โลภะ โทสะ และ โมหะ) จับกลุ่มกันเล่นหัวอยู่อีกด้านหนึ่ง
 
ส่วนพระถังซัมจั๋งเห็นบ้านมีความสงบเงียบ จึงเข้าไปบิณฑบาตรแต่ผู้เดียว ถูกนางปีศาจทั้ง ๗ หลอกล่อนิมนต์ให้รออาหารนานจนผิดสังเกต ก็ลุกเดินหนี นางปีศาจจึงปล่อยสายใยออกจากสะดือ รวบรัดพระถังซัมจั๋งไว้ได้ แล้วมัดมือชักรอกโยงไว้บนเพดานถ้ำ หวังจะต้มกินเนื้อพระถังซัมจั๋ง นางปีศาจแมลงมุมทั้งเจ็ดออกจากถ้ำไปเพื่อไปอาบน้ำที่สระย๊อกโก๊จั๊วที่เคยเป็นที่อาบน้ำของนางฟ้าทั้ง ๗ (ฌานังคะ ๗ วิตก๑ วิจาร๑ ปิติ ๑เอกัคตา๑ โสมนัส๑ โทมนัส๑ และ อุเบกขา๑) และนางปีศาจทั้ง ๗ (อกุศลจิต) ได้แย่งมาครอบครองไว้เสียเอง
 
เห้งเจีย โป้ยก่าย ซัวเจ๋ง ออกติดตามพระถังซัมจั๋งกันวุ่นวาย เห้งเจียสอบถามเจ้าที่เจ้าทางก็ทราบความว่า นางปีศาจแมงมุมได้จับตัวพระถังซัมจั๋งไว้ และขณะนี้กำลังอาบน้ำอยู่ จึงแปลงกายเป็นเหยี่ยวไปคาบผ้านุ่งของนางปีศาจที่เปลื้องทิ้งไว้มาให้โป้ยก่ายดู
 
โป้ยก่ายนึกสนุกขึ้นมาด้วยสัญชาตญานเดิม แปลงกายเป็นปลาช่อน แหวกว่ายวนเวียนเคล้าเคลียขาอ่อนของนางปีศาจสาว นางปีศาจทั้ง ๗ กระโดดขึ้นมาจากสระทั้งที่เปลือยกาย โป้ยก่ายแปลงร่างกลับเป็นหมูตามขึ้นมา นางปีศาจจึงพุ่งสายใยเหนียวออกจากสะดือรัดโป้ยก่ายจนล้มลง แล้วนางทั้ง ๗ กลับไปยังถ้ำที่คุมขังพระถังซัมจั๋ง นางหัวหน้าสั่งให้นางผึ้งทั้ง ๗ (อกุศลจิต ได้แก่ อุทธัจจะ๑ วิจิกิจฉา๑ อิสสา๑ มัจฉริยะ๑ กุกกุจจะ๑ ถีนะ๑ และ มิทธะ๑) ที่เป็นธิดาบุญธรรมอยู่เฝ้าพระถังซัมจั๋งไว้ แล้วนางปีศาจทั้ง ๗ ก็ออกจากถ้ำปั๊วซือต๋อง มุ่งหน้าไปสู่สำนักอึ้งฮวยก๊วนที่พำนักของ แป๊ะงั้นหม้อกุนหรือปีศาจพันตา ผู้สำเร็จทางอัคคีฌาน
 
ฝ่ายเห้งเจียและซัวเจ๋งออกติดตามช่วยเหลือโป้ยก่ายจากใยเหนียว ซัวเจ๋งออกติดตามมาถึงถ้ำปั๊วซือต๋อง ถูกนางผึ้งทั้ง ๗ (อกุศลจิต) แปลงกาย ออกนับหมื่นแสนรุมต่อยแต่เห้งเจียฆ่าตายสิ้น แล้วแก้ไขพระถังซัมจั๋งออกมาได้แล้ว รีบรุดเดินทางไปไซทีต่อไป
 
เดินทางไปได้พักใหญ่ ทั้งศิษย์และอาจารย์ ถึงลำห้วยน้ำไหลร่มรื่น เบื้องหน้าเป็นถ้ำอึ้งฮวยก๊วน เป็นที่พำนักของปีศาจพันตาแป๊ะงั้นหม้อกุน (มิจฉาสติ)อันเป็นศิษย์ผู้พี่ของนางปีศาจแมงมุมทั้ง ๗ (กุศลจิต)
 
ครั้งแรกแป๊ะงั้นหม้อกุน(มิจฉาสติ) ให้การต้อนรับคณะศิษย์ และอาจารย์อย่างดียิ่ง ต่อเมื่อนางปีศาจแมงมุมกระซิบความให้ทราบว่า ศิษย์และอาจารย์คณะนี้ คือศัตรูที่ทำความเดือดร้อนให้กับพวกตน จนต้องหนีมาพึ่งแป๊ะงั้น(มิจฉาสติ)โกรธจึงวางยาพิษ ทำให้โป้ยก่าย(ศีล) ซัวเจ๋ง(สมาธิ) และพระถังซัมจั๋ง(ขันติ)อาเจียนสลบล้มลง คงเป็นเห้งเจีย(ปัญญา)แต่ผู้เดียวที่เฉลียวทันหนีรอดไปได้
 
ต่อมาเห้งเจียชักตะบองออกสู้รบ กับปีศาจพันตาอย่างโกลาหล อลหม่าน แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้ มิรู้จะทำประการใด จึงไปเชิญหญิงวิเศษชื่อไผ้นาฝอ(สัมปชัญญะ) มารดาของเบ๊ายิดแชกุน (ดาวลูกไก่ = สติ) มาช่วย นางไผ้นาฝอ (สัมปชัญญะ)ใช้อาวุธของเบ๊ายิดแชกุน คือ เข็มวิเศษ (โยนิโส มนสิการ) ทำด้วยแก้วตา (จักษุของชีวิต) เข้าแก้ไขพระถังซัมจั๋ง กับสานุศิษย์ออกมาได้
 
ฝ่ายเห้งเจียได้ทีใช้ตะบองวิเศษตีปีศาจแมงมุมทั้ง ๗ ตายสิ้น เมื่อจะฆ่าปีศาจแป๊ะงั้นหม้อกุน (มิจฉาสติ) มันกลับกลายเป็นตะขาบใหญ่
 
หญิงวิเศษไผ้นาฝอ (สัมปชัญญะ) ร้องขอชีวิตไว้เพื่อนำไปเป็นคนเฝ้าประตูสำนักของนาง เห้งเจียเลยไว้ชีวิตตามที่ร้องขอ ไผ้นาฝอ (สัมปชัญญะ) จึงจูงตะขาบกลับไป
 
เห้งเจียจึงจุดไฟเผาสำนักอึ๊งฮวยก๊วนเสียสิ้น แล้วนำอาจารย์พร้อม โป้ยก่าย ซัวเจ๋ง เดินทางไปไซทีต่อ
 
(มิจฉาสติ = ปีศาจแมงมุมทั้ง ๗ กับ ปีศาจนางผึ้งทั้ง ๗ ประกอบ ด้วย อกุศลจิต ๑๔ ได้แก่
 
๑. อหิริกะ - ความไม่ละอายต่อบาป
 
๒. อโนตตัปปะ - ความไม่สะดุ้งกลัวต่อบาป
 
๓. ทิฏฐิ - ความเห็นผิด
 
๔. มานะ - ความถือตัว
 
๕. โลภะ - ความอยากได้
 
๖. โทสะ - ความคิดประทุษร้าย
 
๗. โมหะ - ความหลง
 
๘. อุทธัจจะ-ความฟุ้งซ่าน
 
๙. วิจิกิจฉา-ความคลางแคลงสงสัย
 
๑๐. อิสสา-ความริษยา
 
๑๑. มัจฉริยะ-ความตระหนี่
 
๑๒. กุกกุจจะ-ความเดือดร้อนใจ
 
๑๓. ถีนะ-ความหดหู่
 
๑๔. มิทธะ-ความง่วงเหงา
 
ดังนั้นเมื่ออาศัยสัมปชัญญะ (ความรู้สึกตัวพร้อมอยู่เสมอ) ไม่ว่า การนั่ง การเดิน การดื่ม เป็นการตั้งต้นของสติ โดยเฝ้าดูเฝ้าพินิจในใจไว้ โดยแยบคาย (โยนิโส มนสิการ) เช่นนี้แล้วอกุศลเจตสิกก็หายไป เจตสิกก็กลับมาบริสุทธิ์)






จาก http://www.khuncharn.com/skills?start=28

อีกอัน ไซอิ๋ว ฉบับ อาจารย์ เขมานันทะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=maekai&month=10-07-2008&group=15&gblog=1


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham