ผู้เขียน หัวข้อ: อภินิหารจากการตื่นรู้ - พระอาจารย์อมโรภิกขุ เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ  (อ่าน 281 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มดเอ๊กซ

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 6656
  • กิจกรรม:
    0.8%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1478
  • Awards ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 50.0.2661.271 Chrome 50.0.2661.271
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
<a href="https://www.youtube.com/v/aKUdKAo-VTs" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/aKUdKAo-VTs</a>

ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์อมโร ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ Amaravati Buddhist Monastery

พระพุทธเจ้าว่า อภินิหารมี 2 รูปแบบ คือ

1) อภินิหารทั่วไป เช่น เหาะเหินเดินอากาศ ดูนรกสวรรค์ อ่านใจผู้คน
2) อภินิหารจากการสอน การเข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์

ครั้งหนึ่งพระอานนท์ได้เล่าให้เหล่าคณะสงฆ์ฟัง ถึงอภินิหารของพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะยามประสูติ เมื่อพระพุทธองค์ทรงมา จึงตรัสถามว่า “อยากได้ยินคุณลักษณะอันประเสริฐของพระพุทธองค์อีกไหม” เหล่าพระสงฆ์ตอบว่า อยาก

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

“คถาคตสามารถรู้ว่า อารมณ์ใดเกิด อารมณ์ใดเกาะเกี่ยวจิตใจ

และเมื่ออารมณ์ใดจืดจางไป คถาคตก็รับรู้ว่า อารมณ์นั้นจืดจางไป

ความคิดความรู้สึกก็เช่นกัน เกิดขึ้น เกาะเกี่ยวในจิตใจ และก็จางหายไป

อานนท์ นี่เป็นคุณลักษณะอันประเสริฐของคถาคต”

“ความอัศจรรย์นั้นไม่ได้มาจากการที่เทวดาโอบอุ้มยามคถาคตมาเกิด หรือพูดได้ เดินได้ยามประสูติ อัศจรรย์ที่แท้คือ การที่เราสามารถดูจิตของเราเองได้”

เมื่อเราโดนแซงคิวในร้านสะดวกซื้อ เราเห็นอารมณ์โกรธ นั่นคือ “การได้ดูอารมณ์แต่ไม่ถลำตามอารมณ์ นั่นแหล่ะ คืออภินิหารที่แท้จริง”

เมื่อเห็นอารมณ์เกิดขึ้นตามจริง แบบเป็นกลาง โดยไม่กดอารมณ์หรือดึงกลับมา เราก็จะเกิดสติปัญญาตามมาว่า ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นดับไป และสติปัญญาจะทำให้รู้ว่า เราต้องทำอะไร

แม้แต่พระโสดาบันก็ยังมีอารมณ์โกรธ ยังมีความต้องการ แสดงสิ่งที่ไม่ดี และอาจจะเกิดความรู้สึกโกรธ เวลามีใครแซงคิว

แต่พระโสดาบันจะต่างจากปุถุชนธรรมดาที่ว่า จะสามารถแยกแยะได้ว่า นั่นคืออารมณ์โกรธ และจะไม่ถลำลึกตามอารมณ์โกรธนั้น และปัญญาที่พัฒนาต่อมาจากการมีสติ ณ ขณะนั้น ก็จะทำให้เกิดความเมตตาต่อหญิงที่แซงคิวนั้น

หากฝึกจิตให้มีสติ มองตามอารมณ์แต่ไม่ถลำตามอารมณ์แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะพบว่า มีพื้นที่มากมายในโลกนี้ และจะเห็นว่า มีอารมณ์โน่นนี่ เกิดขึ้นมากมาย แต่กระนั้น เราก็แค่ดู แค่เห็น ปล่อยให้ผ่านไป และจะพบว่า ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ใด ๆ ใจเราก็มีความสุข

© ทรูปลูกปัญญา


" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย

มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน "

เกอเธ่...

 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham