ผู้เขียน หัวข้อ: ศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต 4  (อ่าน 320 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 時々होशདང一རພຊຍ๛

  • ต้นไม้ใหญ่ยืนหยัดมั่นคงดั่งภูผา
  • ****
  • กระทู้: 1003
  • กิจกรรม:
    11.2%
  • Country: 00
  • พลังกัลยาณมิตร 1104
  • แสงทองส่องฟ้าคือชีวิต
  • Awards ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 49.0.2623.110 Chrome 49.0.2623.110
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
ศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต 4
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2016, 09:31:15 PM »



ถ่ายภาพโดย....時々๛༢༠༡༦ कभी कभी 一


นักปราชญ์กล่าวว่าการเกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยากหนักหนา ในจำนวนของผู้ที่มีชีวิตมนุษย์ มีน้อยราวกับดินบนเล็บมือ ชีวิตในฐานะมนุษย์นั้นยากที่จะรักษาไว้ ยากราวกับน้ำค้างบนใบหญ้า แต่การมีชีวิตอยู่หนึ่งวันอย่างมีเกียรติดีกว่ามีชีวิตอยู่ถึง 120 ปีและตายอย่างน่าอับอาย

ผู้ที่ดำเนินชีวิตของเขาโดย

ต่อสู้เพื่อบรรลุอุดมการณ์อย่างต่อเนื่อง

จะคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ

ด้วยความศรัทธาเหมือนลำธารใสที่กำลังไหล

วันนี้ก็เช่นกัน ขอให้ท้าทายกับตัวเราเอง

เพื่อบรรลุเรื่องใหม่ ๆ

ขอให้เขียนหน้าใหม่อีกหน้า

ของประวัติส่วนตัวของเรา


เราทุกคนยังเป็นคนธรรมดาที่มีทั้งความดีและความไม่ดี เวลาจิตใจดีมีเมตตาก็เอื้อ

เฟื้อเผื่อแผ่ เกื้อกูลกัน เวลาจิตใจไม่ดีก็มีความโกรธแค้นชิงชัง อาจจะถึงอาฆาตเข่นฆ่า

กันให้ตายไปข้างหนึ่งถ้าความโกรธเกลียดนั้นมีกำลังมากขึ้น ขณะใดที่ทำดี ก็เรียกว่า

เป็นคนดี ขณะที่ทำไม่ดี ก็เรียกว่าเป็นคนไม่ดี ซึ่งทุกคนก็เป็นทั้งคนดีและคนไม่ดีกัน

ทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องเอ่ยถึงชื่อคน หรือกลุ่ม หรือสีใด ๆ เพราะนั่นเป็นเพียงสิ่งสมมติ

ใช้เรียกให้รู้กันเท่านั้น

เมื่ออยู่ในสังคม ทุกคนก็มีบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ กันไป ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่อย่างมี

เมตตาจิต สังคมก็จะอยู่กันอย่างเป็นสุข โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงชีพด้วยภาษีของประชาชน

ถ้าไม่ทำหน้าที่ ก็ถือว่าเป็นการเลี้ยงชีพโดยไม่ชอบ เช่น ทหารมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย

รักษาความสงบมั่นคงของบ้านเมือง ก็ทำหน้าที่ด้วยเมตตาจิต คิดว่าจะรักษาความ

สงบเพื่อให้คนดีได้อยู่อย่างเป็นสุข และคนไม่ดีจะได้ไม่มีโอกาสทำไม่ดีมากขึ้น

ตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมายก็ทำด้วยเมตตาจิตเช่นกัน เพื่อให้คนดีอยู่อย่าง

ปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าเมื่อทำความดีแล้ว ตำรวจผู้รักษากฎหมายจะปกป้องได้ จับกุม

คนทำผิดกฎหมายด้วยเมตตาจิตว่า เขาจะไม่มีโอกาสทำผิด ทำไม่ดีมากไปกว่านี้

ประชาชนก็มีหน้าที่ทำตามกฎระเบียบกฎหมายของสังคม เสียภาษีให้รัฐบาล และ

ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยเมตตาจิตต่อกัน ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น

และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองด้วย

คนไทยทุกคนอยู่ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ตึงเครียด เราต่างภาวนาขอให้

บ้านเมืองสงบ หรือขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆของบ้านเมืองคุ้มครอง แต่จะขออย่างเดียวก็

คงไม่ได้ คงต้องลงมือทำด้วย สิ่งที่ควรจะทำ คือ รักษาผืนแผ่นดินไทยนี้ไว้ให้คนดีได้

อยู่อย่างสงบ คนไม่ดีถูกกำจัดให้ไม่มีโอกาสทำไม่ดีอีกต่อไป ให้ความดีเป็นธงชัยของ

ลูกหลานไทยในอนาคต ให้ลูกหลานไทยมีศรัทธาในความดี ให้เป้าหมายของลูกหลาน

ไทยคือได้ทำความดี ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตคือ เงินทอง อำนาจ และชื่อเสียง ไม่ใช่

ปลูกฝังให้เลือกเรียนเลือกวิชาชีพที่ทำเงินทองมากที่สุด เพราะสอนกันว่า เมื่อมีเงินก็มี

อำนาจและมีชื่อเสียง ทำให้คนอยากได้เงินกันจนไม่สนใจวิธีการได้เงินกันเลย แม้จะ

โกง ทุจริตคอร์รัปชัน โกหกหลอกลวง ปล้นฆ่า ทำได้ทุกอย่าง จนเกิดอาชีพที่ไม่เคย

คิดว่าจะเกิดขึ้น คือ ขายเสียง รับจ้างยกมือสนับสนุน รับจ้างประท้วง รับจ้างด่าทอ

รับจ้างเป็นโล่มนุษย์ รับจ้างฆ่าคนไทยด้วยกัน รับจ้างปิดถนนให้คนเดือดร้อนไปทั่วบ้าน

ทั่วเมือง อย่างที่เห็นทำดีคือทำอย่างไร คือ ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ทำตามหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

โดยตั้งใจว่าหน้าที่ของเรานั้นต้องทำให้ความดีอยู่คู่มนุษย์ตลอดไป ให้มีศรัทธาว่า

ความดีเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ ต้องทำ และทำความดีเท่าไรก็ไม่พอ จนกว่าจะไม่มีความไม่ดี เพราะ

เมื่อยังมีเศษเชื้อของความไม่ดีอยู่ เช่นความอยากได้ เมื่อมีมากขึ้น จนเกินสมควร 10

ล้านไม่พอ 100 ล้านไม่พอ 1,000 ล้านก็ยังไม่พอ จนถึงแสนล้านก็ยังไม่พอ เท่าไร ๆ

ก็ยังไม่พอ เมื่อความอยากมีกำลังมากขึ้นอย่างนี้ ก็ทำได้ทุกอย่าง โกหก หลอกลวง ปล้น

ฆ่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง จนกระทั่งถึงขายชาติ หรือถ้ายังมีความโกรธเหลืออยู่ เมื่อ

สะสมไว้ให้มีกำลังมากขึ้น ก็อาจจะถึงทำผิดศีล คือ ด่ากัน จ้างคนมาด่าแทน ฆ่ากัน

จ้างคนให้ฆ่าคนไทยด้วยกัน อย่างที่เห็น

สิ่งสำคัญก็คือเริ่มที่ตัวเราทุกคน และเริ่มเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปกะเกณฑ์คนนั้นคนนี้ กลุ่ม

นั้นกลุ่มนี้ว่าควรทำดี แต่เริ่มที่ตัวเรา เริ่มเดี๋ยวนี้ เรามีหน้าที่อย่างไรก็ทำหน้าที่ของตน

ให้ดีที่สุด รักษาจิตใจของเราให้ไม่โกรธ ไม่เคียดแค้นพยาบาทคนที่เราคิดว่าไม่ดี

เพราะถ้าเราอยู่ในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมอย่างเขา เราก็อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ เมื่อ

เขาทำความดี เขาก็คือคนดี เพราะฉะนั้นก็ให้อภัยกันที่หลงผิดปล่อยให้ความอยากได้

เงิน อยากได้อำนาจและเงินทองมีมากจนทำให้มืดบอด ไม่เห็นความผิดชอบชั่วดี

เริ่มที่ตัวเราให้ทำความดีก่อน แล้วบอกกล่าวคนใกล้ชิดให้ทำความดีและต่อ ๆ ไป

เหมือนเริ่มจุดเทียนของเราให้สว่างก่อน ให้คนอื่นต่อแสงสว่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนสว่าง

ไปทั่ว เมื่อเป็นเช่นนั้น การปกครองระบอบใดก็คงไม่สำคัญ ถ้าทุกคนในสังคมเป็นคนดี

ขอให้ความดีจงเจริญ ความไม่ดีจงเสื่อมไปจากจิตใจมนุษย์ทุกคน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2019, 08:05:38 PM โดย 時々होशདང一རພຊຍ๛ »


ชิเน กทริยํ ทาเนน

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham