ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าให้ฟัง :PULING的主頁 [2]  (อ่าน 123781 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฐิตา

  • ทีมงานพัฒนาข้อมูล
  • ต้นสักทองเรืองรองฤทธิ์
  • *
  • แสงธรรมนำใจแสงธรรมนำใจ
  • กระทู้: 7456
  • กิจกรรม:
    0%
  • Country: th
  • พลังกัลยาณมิตร 2235
  • Awards ผู้เข้าใจธรรมชาติสรรพสิ่งสรรพชีวิต ผู้มีหัวใจอ่อนละไมดั่งเสียงดนตรีธรรม ผู้ที่หัวใจเขียนไว้ซึ่งธรรมะอันเป็นอกาลิโก ผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ธรรมะดั่งเข็มทิศนำธรรม ผู้ร้อยเรียงอักษรวาจาได้ไพเราะเสนาะธรรม ผู้ทรงความรู้ในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยจิตตั้งมั่น เชิดชูผู้โพสกระทู้ธรรมะ
  • OS:
  • Mac OS X Mac OS X
  • Browser:
  • Safari 0.8.2 Safari 0.8.2
    • ดูรายละเอียด
    • Awards
Re: เล่าให้ฟัง :PULING的主頁 [2]
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มกราคม 20, 2020, 06:03:19 AM »
มนุษย์ เป็น

ผลงานมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

เป็น จักรกล คอมพิวเตอร์ชีวภาพ

.

สิ่งมีชีวิต เกิดจากกฎข้อเดียวคือ

"กิน หลีกเลี่ยง การถูกกิน"

.

พฤติกรรม 3600ล้านปี

จากเซลล์ชีวิตแรก กลายมาเป็น ซับซ้อน

จนมีมนุษย์

เราก็ยังทำตามกฎนั้น โดยไม่รู้ตัว

.

สิ่งมีชีวิต

มีจิต

เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
.
และที่สำคัญคือ
"ต้องปรับตัว อยู่กับสิ่งแวดล้อม"
.
"ต้องปรับสิ่งแวดล้อมเข้าหาตัว"
.
การปรับตัว เป็นหนึ่งในกลไก วิวัฒนาการธรรมชาติ
ที่คัดเลือก ชีวิตที่เหมาะสม ให้อยู่รอด และมีโอกาส กระจายพันธุ์
.
การคัดเลือกของธรรมชาติ

มีกฎที่ค้นพบ ไม่กี่ข้อ
.
1.วิวัฒนาการ จะสร้างสิ่งที่เรียบง่าย ให้ซับซ้อนขึ้น
.
2.สิ่งไหนไม่ได้ใช้ จะถูกทำลายทิ้ง
.
3.การเปลี่ยนแปลง รูปร่าง พฤติกรรม

จะมีการคัดเลือกโดย
....อาหาร ชนิดอาหาร
....ศัตรู ตามธรรมชาติ
...จากสายพันธุ์เดียวกัน ล่า ทำลายกันเอง
...สิ่งแวดล้อม ที่แปรปรวน
...ความต้องการของ วัฒนธรรมในสังคม
.
การปรับตัวมีจุดประสงค์ เพื่อให้ชีวิตนั้น
อยู่รอด-อยู่ร่วม
แข่งขัน-แบ่งปัน
มีโอกาส สืบทอด แพร่พันธ์ตนเอง
.
เมื่อ กระทบกับสิ่งแวดล้อม
จะมีการปรับตัวแบบต่างๆ คือ
.
เป็นปฏิกริยาอัตโนมัติ

เช่นซ๊อค เป็นลม

.
หยุดนิ่ง ซ่อนตัว

.
หนี

.
สู้

.
เปลี่ยนแปลง ตนเอง โดยวิธีการต่างๆ
.
1.พัฒนาตนเอง
หาตัวอย่างที่ชอบเชื่อ

และพัฒนา ยกระดับตนเองตามนั้น
.
2.กร้าวร้าว มากขึ้น
โจมตีผู้อื่น ตนเอง หาเหตุผลเข้าข้างตนเอง
หรือ โจมตีเป้าหมายอื่นทดแทน
เช่นมาทะเลาะกับคนใกล้ตัว เมื่ออารมณ์เสียจากการทำงาน
.
3.เรียกร้องความสนใจ มากขึ้น
ทำร้ายตนเอง ให้อ่อนแอ
หยุดพฤติกรรม อยู่ที่วัยใดวัยหนึ่ง

.
ทำตัวน่ารัก หรือ ทำตัวให้อ่อนแอลง
หรือป่วยโดยหาสาเหตุทาง แพทย์ไม่เจอ

.
เช่นประชดชีวิต ด้วยการทำลายสุขภาพตนเอง
เช่นการกิน ดื่ม เสพ ติดพนัน เกมส์ เปนต้น
.
3.หลบออกจาก ความเป็นจริง
เช่นฝันกลางวัน จมกับอดีตที่ชื่นชอม
สะกดจิตตนเอง จน ลืมความเป็นจริงของโลก
.
4.ออกจากสนามแข่งขันนั้น
ตั้งเป้าหมายไล่ล่าใหม่
ในสนามที่ตนสามารถ

ใช้พรสวรรค์ พรแสวงที่ตนได้เปรียบ
.
การเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อปรับตัว
ไม่ควรใช้วิธีใดซ้ำซาก
เพราะจะกลายเป็นบุคลิกภาพ ใหม่
.
นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับพันธุกรรม
กระตุ้นยีน กลายพันธุ ทำให้เป็น มนุษย์มะเร็ง
.
หรือกลายเป็น อภิมนุษย์ จน กลายเป็น
"คนลืมตัว วัวลืมตีน"
"กบในกะลา"
เล่าให้ทราบ ไม่ได้บอกให้เชื่อเด้อ

.

ขอบคุณเจ้าของภาพ ข้อมูล

แก้ไข 20/1/20 ...

.

แข็งแรงทุกด้าน ดีด้วยกันทุกคน ทุกวัน 
..
..


//-พาหิยทารุจีริยะ กุลบุตร
คือแรงบันดาลใจให้เกิด นวนิยาย กามนิต วาสิฏฐี
.
พาหิยะ ! พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรพาหิยะ เพราะเหตุนั้นแล ท่านพึงศึกษา
อย่างนี้ว่า เมื่อเห็น จักเป็นสักว่าเห็น
เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง
เมื่อทราบจักเป็น สักว่าทราบ
เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง
ดูกรพาหิยะ ท่านพึงศึกษาอย่างนี้แล
.
ดูกร พาหิยะ ในกาลใดแล
เมื่อท่านเห็นจักเป็นสักว่าเห็น
เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง
เมื่อ ทราบจักเป็นสักว่าทราบ
เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง
.
ในกาลนั้น ท่านย่อมไม่มี
(ว่างจากอุปทานในอัตตา)
.
ในกาลใด ท่านไม่มี ในกาลนั้น
ท่านย่อมไม่มีในโลกนี้
ย่อมไม่มีในโลกหน้า
ย่อมไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง
นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์ ฯ
.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พาหิยทารุจีริยะเป็นบัณฑิต
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
ทั้งไม่ทำเราให้ลำบาก
 เพราะเหตุแห่งการแสดงธรรม
.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พาหิยทารุจีริยะปรินิพพานแล้ว ฯ
ครั้งนั้นแล
พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว
ได้ทรงเปล่งอุทาน
นี้ในเวลานั้นว่า
                         
ดิน น้ำ ไฟ และลม
ย่อมไม่หยั่งลงในนิพพานธาตุใด
.
ในนิพพานธาตุนั้น
ดาวทั้งหลายย่อมไม่สว่าง
พระอาทิตย์ ย่อมไม่ปรากฏ
พระจันทร์ย่อมไม่สว่าง
ความมืดย่อมไม่มี
.
ก็เมื่อใดพราหมณ์ชื่อว่า
เป็นมุนีเพราะรู้ (สัจจะ ๔)
รู้แล้ว ด้วยตน
เมื่อนั้น พราหมณ์ย่อมหลุดพ้นจาก
รูปและอรูป
จากสุขและทุกข์ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบโพธิวรรคที่ ๑
อุ. ขุ. ๒๕ / ๘๓ / ๔๙.
...........................................................................
1.จิตปรุงแต่งมี..แต่ไม่เที่ยง
ทนในสภาพเดิมไม่ได้
เป็นไปตาม กฎ เหตุ ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่ตามใจใคร
.
2.จิตแท้จิตเดิม มาจากความว่าง กลับสู่ความว่าง
ใครทำให้ว่าง(จากอุปาทาน)ทุกปัจจุบัน
.
จะพบ มหัศจรรย์ของ
การตื่น
ของสัมมาสติ รู้ตัว
โพธิปัญญา รู้คิด
ปรีชาญาณรู้แจ้ง ฉลาดเลือก รู้แจ้ง
.
ไม่มีคือ
"ไม่มีอุปาทานในอัตตา"
.
อุปาทานที่ยึดว่า
"จิตปรุงแต่ง อุปาทานในตัณหา
และขันธ์ห้าเป็นตนเพราะทำอาสวะสิ้นแล้ว " สาธุ
.
................................................
พุทธศาสนา มีสามมิติ
.
1.เพื่อสืบพระศาสนา
เป็นไปตามกระแสวัฒนธรรม
 อัตโนมติ ของอาจารย์ และตัวเราเอง
จะเชื่อ ชอบ อย่างไร
ตกผลึกความคิดอย่างไร ตามกาล
.
2.เพื่อ เป็น ธรรมะคุ้มครองสังคม
(ธรรมบาล)
ต้องช่วยกันสร้าง บุคคล
ที่มีคุณค่า และรักษ์ คนที่มีคุณค่า คือ
-บุพการี และกตัญญูชน
-หิริ โอตตัปปะ
-ผู้ทำหน้าที่ แล้วโชคดี ตามหลัก มงคลชีวิต
-ผู้ มีความสุข จากจิตอาสา และแบ่งปัน หมุนเวียนสิ่งดีๆ
ให้ สามโลก
โลกที่ประกอบเป็นตน (สังขารโลก)
เป็นโลกของสังคม (สัตว์โลก)
เป็นระบบชีวาลัย สิ่งแวดล้อม (โอกาสโลก)
 ดีด้วยกัน
.
3.ทำนิพานให้แจ้ง
พบความสงบ เย็น เบิกบาน มั่นคง ในอารมณ์
เลิกปรุงแต่งอารมณ์ทุกข์ อย่างสิ้นเชื้อ ไม่เหลือ
อาสวะ สาสวะ ให้ยึดมั่น ถือมั่นอีก
.
3.1-เห็นถูกต้องตามคัลลองธรรมว่า
การกระทำของ
ผู้ให้กำเนิด
กรรมพันธุ์
สิ่งแวดล้อม
การปรุงแต่งเจตนาของเรา
ทำอย่างใดได้อย่างนั้น....
.
สิ่งที่อยู่ใกล้ คือ
 "เจตนาของเรา"
ต้องจัดการก่อน
.
3.2-พุทธศาสนา มี สักายทิฎฐิ
 (เชื่อว่าตายแล้วเกิด)
 เป็นฐานศรัทธาชน
เพื่อให้ ละชั่ว เจริญกุศลให้ยิ่ง
.
3.3-พุทธศาสนา เพื่อความหลุดพ้น อุปทาน
ต้อง ข้ามความเชื่อ ของทิฎฐิทั้งสอง
.
คือ สักกายทิฎฐิ(เชื่อว่าตายแล้วเกิด)
และ อุจเฉทฎฐิ(เชื่อว่าตายแล้วสูญ)
.
ทางสองสายที่ไม่ควรเข้าไปถึงส่วนสุด(สัมมาทิฎฐิ)
.
3.4-พุทธศาสนา ให้ความสำคัญ ของ
การฝึก ปลุก
สติรู้ตัว
ปัญญารู้คิด
ปรีชาญาณฉลาดเลือก รู้ตื่น
 กุมสภาพจิตปรุงแต่ง
.
จน ไม่ชงอารมณ์ทุกข์ มาซ้ำเติมชีวิตตนเอง
.
ฝึกมีความอดทนต่อเวทนาทุกข์ กว่ามนุษย์ธรรมดา พันเท่า
.
ฝึกมีจิต ยอมรับ สภาวะทุกข์ ที่มีไตรลักษ์ กำกับ
.
และฝึก ท่องไปในอดีต
แยก ความคิด ความรู้สึก ออกจากกัน
.
จน จิต ว่าง จาก
อุปาทาน ในตัณหา
อุปาทานในขันธุ์ห้า
.
ความตื่นของ สติ ปัญญา ปรีชาญาณฉลาดเลือก
.
 สงบ สะอาด สว่าง เย็น
พบ สันติ อหิสา ด้วยตนเอง
ทุกลมหายใจเข้าออก
.
ทุกข์.......................คือ นรก
สุข..........................คือสวรรค์
เย็น.........................คือนิพพาน(พุทธทาส)
..............................................................
ชนะ อารมณ์ทุกข์.......ด้วยการเลิกชงอารมณ์ทุกข์ซ้ำเติมตนเอง
ชนะเวทนาทุกข์..........ด้วยการฝึก ให้อดทนกว่ามนุษย์ธรรมดาพันเท่า
ชนะ สภาวะทุกข์.........ด้วยทำใจรับสภาพ เห็นกระแสไตรลักษ์ ที่กำกับสังขารธรรม
...............................................................
แข็งแรงทุกด้าน ดีด้วยกันทุกคน สาธุ
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=1607&Z=1698

https://www.facebook.com/100001723003298/posts/2799284293472310/?d=n
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2020, 08:24:32 AM โดย ฐิตา, เหตุผล: เพิ่มข้อธรรมค่ะ »

~กัลยาณมิตรผู้ร่วมอนุโมทนาหรือขอบคุณ~


 

+- ธาราธรรม สายธารแห่งธรรมะ (เว็บไซต์ส่งเสริมธรรมะส่งเสริมความดี)

พลังจิต | สุขใจ | ธรรมะวัดเกาะวาลุกาลาม | อกาลิโกโฮม | ลานธรรมเสวนา | Dhamma Media Channel |ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย | หลวงตามหาบัว | ธรรมจักร | mindcyber | แปดหมื่นสี่พัน.org | กัลยาณมิตร | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย | ประตูสู่ธรรม | บ้านธัมมะ | เว็บพระรัตนตรัย | คนดี | วัดป่ากรรมฐาน | คนเมืองบัว | พุทธาวุธ | หลวงพ่อ | พุทธภูมิ |ธรรมดี | ศาสนาที่พันทิพย์ | พระไทยเน็ต | ซีดีธรรมะ | วัดโพธิ์ | ธรรมสวนะ | ปฏิจจสมุปบาท | กุศล | หลวงปู่มั่น | dhamma.net | ดังตฤณ | dhamma4ever.com | ลานธรรมบัณฑิต | ฟังธรรม.com | ธรรมะไทย | บัวพ้นน้ำ |

Powered by Tairomdham