Forum > ธรรมะเสวนา

เล่าให้ฟัง :PULING的主頁 [2]

<< < (5/7) > >>

ฐิตา:


https://youtu.be/GVJFw6U_K5k
สารคดี ตอน กำเนิดไซบีเรียแทร็ป

1.กฎปฏิกิริยาลูกโซ่
กฎปฏิจสมุปบาท
เพราะสิ่งนี้ สิ่งนี้ เป็นปัจจัย สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
2.พระพุทธเจ้าค้นพบ เมื่อ 2500ปี ก่อน
และเอามาจัดการ กับ การดับเหตุ สร้าง อารมณ์ทุกข์
เพราะขาดสติ ตอนผัสสะกระแสโลก ธรรม
โดยปลุกสติปัญญาตื่น
รู้ทัน จนปฏิกริยา สร้างอารมณ์ทุกข์ไม่ทำงานต่อไป
สร้างปฏิกริยาลูกโซ่ใหม่
ที่ สงบ สะอาด สว่าง เย็น มั่นคง ถาวรแทน

3.นักวิทยาศาสตร์ เอามาใช้อธิบาย ปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ที่เริ่มจากสิ่งง่ายๆ ทำปฏิกริยาต่อเนื่อง จนเกิดทุกสรรพสิ่ง
4.การเกิด ภูเขาไฟที่ยาวที่สุดในโลก
และปลดปล่อย คาร์บอนได้อ๊อกไซด์ มหาศาล
ทำให้เกิดพืชยักษ์ ไดโนเสาร์ยักษ์
แพลงตอล ที่เก็บพลังงานในรูปน้ำมัน
และ ซากเหล่านั้น กลายเป็น ปิโตเลียม
แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน ให้พวกเราใช้

5.วันนี้ เราปลดปล่อยคาร์บอนใดอ๊อกไซ์ เหล่านี้เร็วเกินไป
จนเกิดผลกระทบ สภาวะ โลกร้อน
6.เราจึงต้องหันไปหาพลังงานสะอาด
ให้โลกเข้าสู่ยุค สินค้า บริการ สถานที่ วัฒนธรรม ผู้คน
ที่เป็นมิตร กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
..
..
https://www.youtube.com/watch?v=j_rlk_0FTFs
1....200ปี ระบบอุตสาหกรรม จุดไฟ ความคิดสร้างสรร
และสร้างมูลค่าส่วนเกิน แบบยกกำลัง
2.....70ปี หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ยุคสงครามเย็น และพยายาม ล้วงตับฝ่ายตรงข้าม
ทำให้ เกิดยุคปัญญาประดิษฐ์ และ สื่อสารออนไลน์
3......40ปีโลกแบบราบ เมื่อ เข้าสู่ยุค โลกาภิวัตน์
ที่มีทฤษฎีใหม่
"โลกจะเป็นสวรรค์บนดินได้ เมื่อ
-ทุน
-เทคโนโลยี
-ตลาด
-ผู้คน
-วัฒนธรรม
ไหลไปมาอย่างเสรี
ผู้ที่ได้รับอนิสงค์นี้ มากที่สุดคือ จีนที่ปรับระบบสังคม
จาก คอมมิวนิสต์ ลัทธิเหมา
มาเป็น"เติบโตแบบคู่ขนาน"
"อุดมการณ์ เพื่อสังคม
คู่กับ เศรษฐกิจการตลาดพันธมิตร"
ที่ เป็นวิชามหาเวทย์ดูุดดาว ไหลสู่จีน
ที่มีต้นทุนต่ำ
ตลาดใหญ่
ไฮเทค
ตัดสินใจเร็ว
5.......20ปี โลกแห่งการค้าในโลกสื่อสารออนไลน์ เปลี่ยนกระแสโลก
6.......100ปีต่อไปนี้
จีนประกาศว่าจะเป็นศุนย์กลางปฏิวัติสังคมโลก สี่ทันสมัยยุคใหม่
-สังคมสรรสร้างนวัตกรรม
-สังคมซื่อสัตย์
-สังคม เครดิตออนไลน์
-สังคม เพิ่มประสิทธิ์ภาพ คุณภาพชีวิตที่ดี ของประชาชน
...........................................
7.โลก กำลังก้าวออกจากยุค
"กำไรคือทุกสิ่ง"
เข้าสู่ยุค
"การแบ่งปันคือทุกสิ่ง"
8.ใครที่ยังเสียเวลา ในปรัชญา การเมือง การมุ้ง
ราวี ๆๆ เสพความ สมใจ สะใจ
ย้ำคิด ย้ำทำ ย้ำแค้น
วนเวียน ในเรื่อง
ตัวตรู
ทฤษฎีของตรู
วิถีชีวิตของตรู
ของรักของชอบของตรู
สำคัญกว่าทุกสิ่ง
อยู่ในกฎของการคัดทิ้ง ของวิวัฒนาการนะครับ
9.มองไม่เห็น
กฎธรรมชาติ
กฎปฏิกริยาลูกโซ่
วิวัฒนาการธรรมชาติ
พัฒนาการธรรมชาติ นวัตกรรม
ทำอะไรอยู่.........
เราจะปรับตัวอย่างลำบาก นะครับ
10."ฟ้า มีสิ่งวิเศษสาม สิ่ง
สุริยัน จันทรา ดารา
มนุษย์ มีสิ่งวิเศษสามสิ่ง
จิ้ง ชี่ เสิ้น"
(สุภาษิตจีน)
ลองตื่นมา ชม สุริยัน จันทรา ดารา ธรรมชาติอัศจรรย์
และมองกลับเข้าใน ตัวตนของตนเองว่า
เราค้นพบ สิ่งที่มีค่ายิ่ง เมื่อมาอาศัยบนโลก
จิ้ง........พลังสติในกาย
ชี่..........พลังชีวาในชีวิต
เสิ้น.......พลังแห่งการตื่น ของปรีชาญาณฉลาดเลือก
................................
ความรู้คืออาหารสมอง สติ ปัญญา
ไม่มีใครแก่เกินเรียน 55555+
..
..
เหลียวหลัง....................เอาอดีตมาตกผลึก เป็นแว่นส่องโลก
แลหน้า..........................มองเห็นกระแสที่จะมาในอนาคต
อยู่อย่างมี สติปัญญา......ปรับตัวแบบวิญญูชน ทุกปัจจุบัน
..
..
สวรรค์ภพหน้า......แสนไกล
สวรรค์สังคม.........ใคร ทำได้นั่น
สวรรค์ในใจ...........หมดหลง เห็นพลัน
สวรรค์ นรก...........คือ สุข ทุกข์ ดีไม่เท่าเย็นฯ"
..
รู้จัก กายาของเราเอง
กายในกายคือ?
1.กายหยาบ
2.กายสังขาร
3.กรัชกาย
กายหยาบ ก็คือร่างกาย ที่เป็นวัตถุธาตุ
กายสังขาร คือลมหายใจ เป็นกายที่ละเอียดปานกลาง
กรัชกายคือ กายที่เป็นบุคลิกภาพภายใน เป็นกายละเอียด
ที่ปรุงแต่ง เป็นตัวตนชั่วคราว และควบคุมกายหยาบ

1.นิรมานกาย
คือบุคลิกภาพภายใน ที่ความคิดปรุงแต่งขึ้น
คือบุคลิกภาพ ต่างๆที่แปรเปลี่ยน
ตามความคิดที่เือกเอาธรรมะ
ที่เข้ามาปรุงแต่ง
ทำให้ บุคลิกเปลี่ยนไป
มีตั้งแต่อบายภูมิ มนุษย์ เทวดา พรหม อริยะ พุทธะ

2.ธรรมกาย
คือ ธรรม ที่เป็นทั้งอกุศล กุศล อัพยากต (เป็นกลาง)
เมื่อเจิตเอามาปรุงแต่ง ก็ทำให้นิรมาณกาย เปลี่ยนไปตามนั้น

3.สัมโภคกาย
กาย ที่สมบรูณ์ ที่สุด เท่าที่มนุษย์จะเข้าถึง
คือกายที่ เกิดจาก ปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น
เห็น รู้ เข้าใจ และควบคุมจิตปรุงแต่ง(อธิจิต)
เป็น กายที่ประกอบด้วย
บรมสุข บรมธรรม บรมพุทธะ
จน อารมณ์ทุกข์ และนริมาณกายที่บิดเบือน ไม่ทำงาน
สร้างอารมณ์ทุกข์ บุคลิกภาพ ที่เป็นทุกข์ได้อีก
.......................................................

1.ทำกายหยาบให้สงบ
2.ทำลมหายใจให้สงบ
3.เห็นความคิด กำลังปรุงแต่ง นิรมาณกาย
4.การฝึกสมาธิ เพื่อ ให้เห็น กายในกาย
ตามหลัก สติปัฏฐาน 4
จบด้วย เช่นนั้นเอง 55555+
อย่าเชื่อ ต้องลองฝึกเอง สาธุ
ขอบคุณเจ้าของภาพ ธรรมะที่ยกมา และผู้อ่าน ปฏิบัติ สาธุ
..
..
ธรรมะสวัสดิ์ 5/12/17
"จิตในจิต"
"โพธิจิต เห็น อธิจิต"
1.จิตวัตถุธาตุ คือหัวใจ
2.จิตที่เป็นนามธรรม คือสังขารธรรม "สิ่งปรุงแต่ง"
ที่บริหารจัดการชีวิต โดยเอา
-ความคิด
-อารมณ์
-อุดมคติ
-ความรู้
-ความทรงจำ
-สัญชาติญาณชีวิต
.....ปรุงเป็น บุคลิกภาพภายใน(กรัชกาย)
เป็นบุคลิกภาพ ที่ ครองกายหยาบ
ให้เราปรับตัว ตามสภาวะแวดล้อม
.................................................
3.นาคารชุนนะ อาจารย์เซ็น
บอกว่า มนุษย์มีสองจิต
1.จิตปรุงแต่ง หรือ อธิจิต
เป็นจิต ที่ทำงานบริหารจัดการชีวิต
2.จิตแท้จิตเดิม หรือ โพธิจิต
เป็นจิต ที่เป็นปรีชาญาณฉลาดเลือก(Wisdom)
ที่หลับไหล ที่ต้องถูกปลุกให้ตื่น
และมาดูแลจิตปรุงแต่ง
มากุมสภาพจิตปรุงแต่ง
ไม่ให้สร้าง มายา อารมณ์ทุกช์
ซ้ำเติม สังขารธรรมตนเอง
............................................
4.........
2521 ไปพึ่งใบบุญหลวงพ่อพุทธทาส สวนโมกข์
เจอท่านอาจารย์จะถามว่า
"วันนี้ทะเลาะกันแล้วยัง?"
หมายความว่า โพธิจิต กับอธิจิต เห็นซึ่งกันและกันแล้วยัง
............................................
5.อธิจิต เหมือนหนู ที่วิ่งไปทั่วท้องทุ่ง
โพธิจิต เหมือน นกฮูก ที่เฝ้าดูหนูวิ่ง
ใครเห็นใคร 55555+
6.ไม่ตอบตามใจ นักอภิธรรม หรือนักอภิปรัชญาอื่นๆ เด้อ
สาธุ
.........................................
ขอบคุณเจ้าของภาพ คนหลังไมค์ที่จุดประกาย
และผู้อ่าน
..
..
https://www.youtube.com/watch?v=3ngUYnW44mk&list=PL2R976coOWpvrOhShg6_8duSA6aDmHmCz

มุมกาแฟวันใหม่ 2/12/17
"ชีวิตสั้นนัก..................สหายเอ๋ย
อย่าละเลย...................ทำสิ่งที่ตนหวัง
เพียงแต่ ตน ท่าน.........ไม่เดือดร้อน เพราะเราทำ
ด้วย เวลา กรรม............มัจจุราช ไม่เคยคอยใครฯ"
(โอมาร์คัยยัม) นักคณิตศาสตร์ และนักปรัชญาสุขนิยม
ผู้เขียน บทกวี รุไบยาต
“คัยยัม” หมายถึง “คนทำกระโจม”

รุไบยาตของโอมาร์ คัยยัมนั้นเป็นบทกวี
ที่สอนสัจธรรมของชีวิต
และหลักการวางตนในความไม่ประมาท
ตามรูปแบบของกวีนิพนธ์โรแมนติก
และเย้ยหยัน พวก หลงงมงายใน ตรรกะ ของตนเอง
รุไบยาต (เปอร์เซีย: رباعی‎) เป็นคำในภาษาเปอร์เซีย
ยืมมาจากภาษาอาหรับ "รุบาอียาต"
หมายถึง บทกวี ชนิดหนึ่งซึ่งในหนึ่งบทมีสี่บาท
รุไบยาตที่รู้จักกันดี คือ รุไบบาตของโอมาร์ คัยยาม


Philosophy and healthy ปรัชญา และสุขภาพดี
G+ communities คนรัก รักษ์ ปัญญา สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

Suraphol KruasuwanOWNER

ฐิตา:


https://www.youtube.com/watch?v=NCwOy4uo8E0
ฉันเสียศูนย์ทุกครั้งที่เจอคุณ
55555+ อะไรจะหวานปานนั้น
1."ความคิด......คือวจีสังขารภายใน
คำพูดภายใน.....ปรุงแต่งจิต
จิต...................ควบคุมกาย
คำพูดดีๆ..........ทำให้ ลมหายใจ กายหยาบเราเป็นสุขฯ"
.........................................

2."เห็นธรรม ในธรรม"
สติปัญญา รู้ เห็น เห็นคำพูดภายในจิตตนนี่แหละ
เป็นดังนี้แล 55555+
ใครเห็นธรรม เป็นดวงๆ บ้าไปแล้วเด้อ สหาย 55555+

3.ไปฏิบัติธรรม เริ่มต้น
"ปรับปรุงคำพูดในจิตใหม่"(ความคิด)
เพราะความคิด เปลี่ยนชีวิตเราได้
ทั้ง กายหยาบ กายสังขาร กรัชกาย

4.ตถาคต กล่าว ในสิ่งที่
-เป็นความจริง
-ความจริงนั้น ประกอบด้วยประโยชน์
-ไพเราะ ประกอบด้วยเมตตา
-เหมาะสม กับผู้ฟัง
-รู้กาละ ที่จะกล่าว และหยุด
จึงเป็นวาจาสุภาษิตตา ที่แท้จริง
เป็นมงคล ของผู้ให้ และผู้รับ สาธุ
..................................

5.ขอบคุณเจ้าของคลิปเพลง ธรรมะที่ยกมา และผู้อ่าน
ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอให้สมหวังในสิ่งประเสริฐทุกทjาน
ดารา น้องผีเสื้อ นะ ดอยช้างมูบ 4/12/17
สาธุ
..
..
https://youtu.be/4HHJ9ftZl7c
การตัดสินใจของคุณส่งผลต่อยีนของคุณอย่างไร - Carlos Guerrero-Bosagna

มีเจตนาสี่ประการ ที่ควบคุมชีวิต
1.การเลี้ยงดูของ พ่อแม่ บุพการี
2.กรรมพันธุ์
3.สิ่งแวดล้อม
4.เจตนา มาจากความคิดของเราเอง
เป็นผู้ควบคุม ดุจวาทยากร ที่ควบคุมวงดนตรี ทั้งวง
เจตนา อยู่ใกล้ ที่สุด
เจตนา ที่ ดี มีประโยชน์ จึง สำคัญ และต้องฝึกฝน
ขอบคุณครับ
..
..
https://youtu.be/YQADtDWjCA0
อาหารที่คุณกินส่งผลต่อสมองคุณอย่างไร - Mia Nacamulli
You are what you eat
You are what you do
You are what you think
การกิน การกระทำ การคิด มีผลต่อชีวิตเรา
............................................
อาหารเป็นใหญ่ในโลก
อาหารในพุทธรรม หมายถึง"เครื่องค้ำจุนชีวิตให้คงอยู่"
1.อาหาร ที่เป็นวัตถุธาตุ
ได้แก่ปัจจัยสี่ และเครื่องมือ ต่อความสามารถ ความสะดวก
2.อาหารคือ อารมณ์
อันเกิดจากการสัมผัส
3.อาหารคือ อุดมคติ
มีสามทางล่าง สามทางบน
สามทางล่างคือ
-ชีวะ เอาตัวรอด
-อรรถะ ผลประโยชน์
-กามะ ความเพลินในของชอบ
สามทางบนคือ
-ทิฐิ ปรัชญาชีวิต
-มายะ ความเข้าใจธรรมชาติ
-โมกษะ ทางสว่าง ที่ให้ประโยชน์สูงสุด แก่ชีวิตที่มีชีวา
4.อาหารคือความรู้
ความรู้ ที่สามารถเปลี่ยน ชีวิต ตั้งแต่
-วิสัยทัศน์
-นิสัย พฤติกรรม
-ปลุกปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น
-พัฒนา ยกระดับ ภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญญา
-อ๋อ เข้าใจแล้ว บรรลุธรรม ตรัสรู้
-ดี ต่อ ตน ครอบครัว ชุมชน สังคม ระบบชีวาลัย
-เกิดตัวตนใหม่ ในร่างเดิม
.........................................................
และ วิธีเลือกบริโภค คือ
1.มีวิสัยทัศน์ เห็น
2.เว้นในสิ่งควรเว้น
3.อดทน หากหลีกไม่ได้
4.มีจุดยืน ในทางที่เป็นประโยชน์ วันนี้ วันหน้า และสูงสุด
5.ไม่เป็นทาส ลัทธิ บริโภคนิยม สงบ สันโดษ สมถะ
6.ปลุกปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น (Wisdom)
ล้างขยะปรุงแต่งจิต ประจำ
7.ไม่ยึดถือ เอา สิ่งไร้สาระ ความรู้เทียมๆ มายึดมั่นถือมั่นอีก
...................................................
การกินอาหารแบบ หลากหลาย และ แบบชิม
ดีกว่ากินให้อิ่ม เล่าให้ทราบ ไม่ได้บอกให้เชื่อ
การกิน การทำ การคิด มีผลต่อชีวิตเรา?
55555+
ขอบคุณเจ้าของคลิป และ ผู้อ่าน สาธุ
..
..
https://youtu.be/OI0iYBCuryc
ห้าศาสนาสำคัญของโลก เข้าใจได้ใน 10 นาที - John Bellaimey

ยกมาอีกรอบครับผม
1.พุทธศาสนา คือตอบคำถามว่า
"ทุกข์ และดับไม่เหลือเหตุทุกข์"
ทุกข์ในโลกมีสาม
-สภาวะทุกข์ ยอมรับตามกฎไตรลักษ์ เห็นความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้
ทุกปรากฎการณ์
-เวทนาทุกข์ ฝึกอดทนเหนือคนทั่วไป
-อารมณ์ทุกข์ ต้องเลิกปรุงอารมณ์ทุกข์ ซ้ำเติมชีวิต
ด้วยการฝึก ถอนอุปาทาน ทั้งสี่

2.และมองว่า ชีวิตคือ ขบวนการปรุงแต่งของธรรมชาติ
ปรุงด้วย อกุศล กุศล หรือ สภาวะที่อยู่เหนือ ทั้งสอง
.ให้ผลต่างกันตามกฎแห่งกรรม

3.คือต้องฝึกปลุกปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น
มากุมสภาพจิตปรุงแต่ง

4.ให้สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด มาควบคุม
การปรุงแต่ง ของความคิด อารมณ์ ตัวตนชั่วคราว
จนอารมณ์ทุกข์เกิดไม่ได้ถาวร

5.แต่ทุกศาสนาจะมี อภิปรัชญาที่จะอธิบาย
การเกิด เจริญ เสื่อมดับ ของจักรวาล และตัวตน
และอภิปรัชญานี้ ก็เข้ามาแซก ในพุทธศาสนา หลังพุทธกาล
_พุทธศาสนาจึงมี สัมมาทิฎฐิ สองชั้น
หรือทฤษฎีที่เหมาะสมแก่การปฏิบัติ สองชั้น

6.เพื่อละชั่วทำดี
หรือ ละอกุศล เจริญกุศล
จึง มีเรื่องเวียนว่าย ตายเกิด
และ ถึงที่สุดคือ สู่แดนนิพพาน

7.เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง
คือนิพพานเป็นประสบการณ์ตรง
ต้องฝึกถอน อุปาทาน สี่ ที่เป็นต้นเหตุแห่งอารมณ์ทุกข์
-ถอน การยึดมั่นถือมั่น เอาตนเองเป็นศูนย์กลางทุกเรื่อง
-ถอนการยึดมั้นถือมั้น ในสองทฤษฎี
จิตนิยม(สัสสตทิฎฐิ) วัตถุนิยม(อุจเฉททิฎฐิ)
ดำรงตนในทางสายกลาง
คือใช้ สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด ควบคุมทั้ง จิต และกาย
-ถอน การยึดมั่นถือมั่น ในวิถีชีวิตที่ตนชอบ
และพยายามเอาไปครอบงำผู้อื่น
ไปโต้เถียง แบบเสียเวลาชีวาในชีวิต
-ถอน การยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งที่ตนรัก และชอบ
เช่นหวงถิ่น หวงผลประโยชน์ หวงชาติพันธุ์ หวงความรู้ วัฒนธรรม

8.เมื่อฝึกฝน สติปัญญาก็จะแข็งแรง
ปลุก ปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น มาดูแลชีวิตตน
และสุขจากการเอื้อเฟื้อ ไม่ประมาท

9.ศาสนาพุทธ จึง มุ่งหวังให้
มนุษย์ เปลี่ยนแปลงตนเองเกิดใหม่ในร่างเดิม
ปรีชาญาณฉลาดเลือ(Wisdom)ตื่น
เป็น ผู้ รู้ ผู้เบิกบาน มั่นคง เคารพกฎธรรมชาติ
และปรับตัวอยู่กับสังคมแบบวิญญูชน

10.ผู้ที่ฝึกฝนเปลี่ยนแปลงตนเอง
ตามหลักพุทธศาสนา จึงได้ชื่อว่า
อริยะบุคคล คือ ผู้ชนะอุปสรรค์ในการพัฒนาตนเอง
คือชนะจิตปรุงแต่งตนเอง ที่ทำงาน
แบบปฏิกริยาลูกโซ่ ที่สร้างตัวตนชั่วคราว
จากการคิด สร้างอารมณ์ และบุคลิภาพภายใน
หมุนเวียน วันละหลายแสนรอบ

11.ศาสนาพุทธปัจจุบัน
เป็นอัตโนมติ คือความคิดเห็นของแต่ละอาจารย์
และมี ขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม
แต่ละถิ่น แต่ละวัฒนธรรม หุ้มไว้หลายชั้น
และมักจะมุ่งหวังเป็น
นักสิทธิ์(มีสิทธิอำนาจเหนือธรรมชาติ)
แทนที่จะเป็นอริยะบุคคล(ผู้ชนะมายาจิตตนเอง)
อริ.......ศัตรู
ยะ........ชัยะ ชนะ
ชนะ มายาจิตปรุงแต่งตน(อธิจิต)
ปลุกจิตแท้จิตเดิมติ่น(โพธิจิต)
และ เคารพ กฎของธรรมชาติ
ใช้ชีวิตแบบ วิญญูชนสากล

12.กลับมาหาจุดเริ่มต้น
"จำเดิมตถาคตก็จะตรัสเรื่อง
ทุกข์ และการดับไม่เหลือเหตุทุกข์"
นอกนั้นเป็น"วิชาการ"
ไม่ใช่"วิชชา" คือ สติรู้ ปัญญาคิด เมื่อผัสสะ โลก
สาธุ
..
..
มุมกาแฟเช้า 9/12/17
สิ่งที่เร่งด่วน สำหรับชีวิต
ถอนศร รักษาแผล และป้องกันไม่ให้ถูกศร อีก
ศรทั้ง7ที่มนุษย์ทุกคน ต้องรีบถอน รักษา ป้องกัน คือ
1.ราคะ
2.โทสะ
3.โมหะ
4.ทิฐิ
5.มานะ
6.โศก
7.อภิสังขาร
(คิดปรุงแต่งด้วยอารมณ์ อย่างฟุ่งซ่าน
ขาด ปรีชาญาณฉลาดเลือก
ให้ สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด มาควบคุม
จนความคิด ชง อารมณ์บุคลิกภาพภายใน(กรัชกาย)
มาทำลายชีวาในชีวิตตนเอง
...........................................................

มนุษย์ทุกคน มีเวลา สามวันบนโลก เท่ากัน
เมื่อวาน ใช้ไปแล้ว
พรุ่งนี้ อาจไม่ได้ใช้
วันนี้ รีบถอนศร รักษาแผล และป้องกัน
ไม่ให้ชีวาในชีวิต หายไปนะครับ สาธุ
ขอบคุณเจ้าของภาพ คติธรรม ที่เอามาฝาก และผู้อ่าน สาธุ
..
..

Philosophy and healthy ปรัชญา และสุขภาพดี
G+ communities คนรัก รักษ์ ปัญญา สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

Suraphol KruasuwanOWNER

ฐิตา:


มุมกาแฟเช้า 9/12/17
เหลี่ยวหลัง แลหน้า ทันปัจจุบันแบบจีน
สี่สุดยอดวรรณกรรมจีน
(จีน: 四大名著; พินอิน: sì dà míng zhù)
คือนวนิยายของจีน 4 เรื่องซึ่งเหล่าบัณฑิตยอมรับว่า
เป็นวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่
และมีอิทธิพลต่อวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ ของประเทศ
ประกอบด้วย

1.สามก๊ก
(อังกฤษ: Romance of the Three Kingdoms;
จีน: 三國演義; พินอิน: sān guó yǎn yì) -
พ.ศ. 1873 (ค.ศ. 1330)

2.ซ้องกั๋ง
(อังกฤษ: Water Margin;
จีน: 水滸傳; พินอิน: shuǐ hǔ zhuàn) -
พ.ศ. 2116 (ค.ศ. 1573)

3.ไซอิ๋ว
(อังกฤษ: Journey to the West;
จีน: 西遊記; พินอิน: xī yóu jì) -
พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590)

4.ความฝันในหอแดง
(อังกฤษ: Dream of the Red Chamber;
(จีน: 紅樓夢; พินอิน: hóng lóu mèng) -
พ.ศ. 2335 (ค.ศ. 1792)
แต่บางคนก็นับ บุปผาในกุณฑีทอง
(อังกฤษ: The Plum in the Golden Vase;
จีน: 金瓶梅, จินผิงเหมย (จีนกลาง), กิมปังบ๊วย (จีนแต้จิ๋ว) เป็นวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องที่ห้า
ด้วย ในช่วงปลายราชวงศ์หมิงถึงต้นราชวงศ์ชิง
บุปผาในกุณฑีทอง นับว่าเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีน
ร่วมกับนวนิยายอีกสามเรื่องแรก
เรียกรวมกันว่า "สี่วรรณกรรมอันยิ่งใหญ่"
(四大奇書,四大奇书)

แต่ต่อมาเรื่อง บุปผาในกุณฑีทอง
ถูกต่อต้าน รัฐบาลจีนจึงแบนนวนิยายเรื่องนี้
เนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเซ็กซ์มากเกินไป
และจัดให้ ความรักในหอแดง
ขึ้นมาเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีนแทนที่
(วิกิพีเดีย)
..............................................

วรรณกรรมทั้งสี่ เกิดจากนักปราชญ์ ในยุคปลายราชวงค์หมิง
ที่กำลังถึงยุค ขาลง
เมื่อ ประชาชนเดือดร้อน เพราะภัยธรรมชาติ
และ ความไม่ยุติธรรมที่ฝ่ายปกครอง ถูกครอบงำด้วย
ฝ่ายใน ขันที ข้าราชการกังฉิน
จึงมีคำตอบวิธีแก้ปัญหา ซ่อนมาในวรรณกรรม

1.สามก๊ก
เอาประวัติศาสตร์มาถอดบทเรียน การคานอำนาจ
ใช้แผนการณ์ กลยุทธ
และเรื่องราว ก็ดำเนินไปตามนั้น
แต่ก็มาสรุป จาก วิสัยทัศน์ขงเบ้ง
ตั้งแต่เริ่ม จนจบ
"แผ่นดินต้องแยกเป็นสาม
ให้ตะวันตก คบตะวันออก ต้านเหนือ
จึงจะรวมเป็นหนึ่ง
(ให้ก๊กเล่าปี่ รวมมือกับก๊กของซุนกวน ต้านก๊กของโจโฉ)
"แผนการณ์เป็นเรื่องของคน
ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้า
ตัดเขาไม่ขาด วาสนาเราก็สิ้น"
(ศึกสุดท้าย ของขงเบ้งกับสุมาอี้)

2.ช้องกัง
ลัทธิบูชาวีระบรุษ

3.ไซอิ๋ว
เดินทางภายใน
ไปปลุกปรีชาญาณฉลาดเลือกให้ตื่น
ด้วยการฝึกตน ตามหลักพุทธรรม
เปลี่ยนแปลง เกิดใหม่ในตน
คือเดินทางสู่นิพพาน(ไซที แดนตะวันตก)
วรรณกรรมนี้ รับอธิพล จาก รามายณะ และ
วิธีเขียนวรรณกรรมจากอินเดีย
เป็นศิลป ที่ซ่อนศิลป
ศิลป ซ่อน ศาสตร์
-ไพเราะในเบื้องต้น...เป็นวรรณกรรมอภิจินตนาการเหนือจริง
-ไพเราะในเบื้องกลาง...มีหลักธรรม วิธีฝึกตนซ่อนอยู่
-ไพเราะในเบื้องปลาย..เอาไปใช้ในชีวิตได้จริง
และรับรู้ผลสำเร็จด้วยตนเอง
คือ ให้คนที่มีกึ๋นจริงจริงๆ จึงจะอ๋อ
บ้านเราโกวิท อเนกชัย(เขมานันทะ) ถอดระหัส ไว้ใน
เดินทางไกลกับไซอิ๋ว (๒๕๑๗,๒๕๓๑)

4.ความฝันในหอแดง
ลัทธิสุขนิยม เสพสุข เสพเสียว ในปัจจุบันดีกว่า
..........................................................
ใครเคยอ่าน ดูหนัง ครบสี่เรื่อง มาเล่าสู่กันนะครับ
..
..
ปฏิบัติการ"แยงไข่มดแดง"
โลกกำลังเข้าสู่ยุค
"การจัดการมูลค่าส่วนเกินยุคใหม่"
จากวิสัยทัศน์ของแจ็คหม่า ตัวพ่อ
เจ้าของ เวบค้าขายสินค้าออนไลน์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วัฒนธรรมมนุษย์มาจาก
1.ใช้พลังกล้ามเนื้อ
2.กำไรจาก น้ำมัน
3.วิสัยทัศน์ การใช้ข้อมูล และนวัตกรรมสื่อสารออนไลน์
4.ยุคต่อไป เราต้องสู้กับหุ่นยนต์ที่ไร้วิสัยทัศน์
................................................
1.น้ำมันหนึ่งลิตร แทนค่า แรงงานมนุษย์ 50คน 24ชั่วโมง
และ ชาติ อุตสาหกรรม G7 ใช้ ความลับนี้
สร้าง สังคมอุตสาหกรรม สังคมบิริโภคนิยม
โดยมี Federal Reserve Bank
ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา
เป็นวาทยากร ขับเคลื่อน อยู่เบื้องหลัง
2.การเกิด ของผู้ต้องการสลัดแอก ของเฟดฯ
BRICS เป็นอักษรย่อใช้เรียกกลุ่มประเทศ
ที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
อันประกอบด้วย
บราซิล (Brazil)
รัสเซีย (Russia)
อินเดีย (India)
จีน (China)
และแอฟริกาใต้ (South Africa)
ที่จะคานอำนาจ การใช้ น้ำมัน ดอลล่าห์สหรัส
โดยยึดหลัก
"การแบ่งปันคือทุกสิ่ง" Sharing is everything
แทนหลัก ของกลุ่มอุตสาหกรรมG7
"กำไรคือทุกสิ่ง" Profit is everything
และกลุ่นนี้ เริ่มโตขึ้นๆๆ มีหลายประเทศเข้าร่วมด้วย
3.หลักกลยุทธ การต่อสู้ ของซุนหวู่
หลักวิสัยทัศน์ จัดยุทธวิธีเหมาะสมกับจุดยืน
-ถ้าคุณเป็นที่หนึ่ง คุณต้องทำลายจังหวะ
-ถ้าคุณเป็นที่สอง คุณต้อง หาจุดอ่อน และโจมตีจุดเดียวต่อเนื่อง
-ถ้าคุณเป็นที่สาม คุณต้อง มีระบบป้องกันตัวดีที่สุด
(อยู่ในป้อมที่ตีไม่แตก)
-ถ้าคุณเป็นที่สี่ คุณต้องมีพันธมิตร
-ถ้าคุณเป็นที่ห้า ไปหาอย่างอื่นเล่น
ไม่มีที่ว่าง ในสนามนี้สำหรับคุณ
.....................................................
4.จากสามข้อ
นี้เป็นสงคราม แย่งชิง มูลค่าส่วนเกิน
ที่ สะสมตั้งแต่ วัฒนธรรมโลก
เข้าสู่ ยุคเหล็ก 3000ปีมาแล้ว
และ70ปี หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
-กลุ่ม G7
-กลุ่ม Brics
-กลุ่ม ขุมพลังน้ำมัน ตะวันออกกลาง
ซึ่ง ก็มีการ พยายามจุดไฟ สงคราม
จาก คาบสมุทร เกาหลี มาตะวันออกกลาง
เพื่อ ควบคุม และดูดมูลค่าส่วนเกิน จากสองฝ่าย
และทำลายจังหวะ ที่สังคมโลก ชักคล้อยตาม จีน
"จีนจะเป็นศูนย์กลาง
เปลี่ยนแปลงสังคมโลก สู่ยุคสวรรค์บนดิน
-สังคม สรรสร้างนวัตกรรม
-สังคม โปร่งใส
-สังคม เครดิตออนไลน์
-สังคม เพิ่ม ประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตมนุษย์ ด้วย
สินค้า บริการ สถานที่ ที่เป็นมิตร กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
..............................................
ปฏิบัติการแยงไข่มดแดง จึงเกิดขึ้น
เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
คนบ้าอาจเพราะแกล้งโง่ 55555+
..
..
https://www.youtube.com/watch?v=tFEj2EGQ3hE
การเกิดเทือกเขาหิมาลัย
ที่ค่อยๆยกตัวสูง
ในช่วง 7000ปี ที่ผ่านมา
ทำให้ความสูงมากเกิน7กม.
.มีความสูง 8,848 เมตร
เบียงเบน ทิศทางลมมรสุม ทำให้ ฟ้าอากาศ
เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศของโลก คือ การเกิดทะเลทราย
ที่สำคัญคือ ทะเลทราบซาฮาร่า อัฟริกา และ ทะเลทรายโกบี
ความแห้งแล้ง ทำให้มนุษย์ต้อง
มารวมกันอยู่ตาม ลุ่มแม่น้ำสำคัญ

และเกิดเป็นสังคมเมือง อารยธรรมโลก จึงเริ่มต้น จากยุค
1.จอมเทพ พระเจ้าบงการทุกอย่าง
2.จอมศาสดา เกิดศาสดาศาสนาต่างๆ เมื่อ 2500ปี
3.จอมทัพ สงคราม การแย่งชิง ทำให้
ศาสนา วัฒนธรรม เทคโนโลยี ไหล ไปทั่วโลก
เมื่อ2000ปี

4.จอมขมังเวทย์ เกิดเมื่อ400ปี
เมื่อ เข้าสู่ยุค ฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ เรเนซ้องส์
เพราะ การยึด กรุงอิสตันบูล ของกษัติย์มุสลิม
โดยเอาความรู้ทำดินปืนของจีน สร้างปืนใหญ่
และ ควบคุม การค้า เส้นทางสายไหม และเครื่องเทศ
และห้ามศึกษาศิลปะวัฒนอื่น นอกจาก อิสลาม
ทำให้เหล่านักปราชญ์ อิสลาม ไหลไปสู่ยุโรป
เอาเรื่องราว ความรู้ที่รวบรวม
ทั้งกรีก อินเดีย ไปมอบให้ยุโรป
จึงเกิด ระบบตรรกนิยม
สร้างนักวิทยาศาตร์ และนักผจญภัย
ที่พยายามหาทางไปเอาเครื่องเทศ จากตะวันออก
ที่ชาวอาหรับผูกขาด
จึงเกิดการเดินเรือ ยุคล่าอาณานิคม
และค้นพบทวีปอเมริกา

5.ยุค นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ สังคมสื่อสารออนไลน์
คือยุคที่พวกเรา อยู่กัน บัดนี้
ซึ่งเกิดจาก ผลสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อ70ปี มานี่เอง
6. และต่อไปคือ ยุค ลูกผสม คนกับหุ่นยนต์อัฉริยะ

7.ยุคสุดท้าย คือ เป็นยุค มนุษย์สังเคราะห์
ที่ร่างกาย จะไม่ใช่ สารอินทรีย์คาร์บอนเป็นแกน
แต่ จิตวิญญาณ คือ ความรู้!ที่ท่องไปทั่วจักรวาล
เล่าให้ทราบ ไม่ได้บอกให้เชื่อ
..
..
มุมกาแฟ ยามเช้า 10/12/17
"ไม่เลยธง"
คือการกำหนดกรอบในการสนทนา ธรรมะ
พระพุทธเจ้าไม่ตอบคำถาม ที่เป็นอภิปรัชญา
(ความรู้ยิ่ง ที่เข้าถึงด้วยจินตนาการ)
แต่ตอบปัญญา เรื่อง
"ทุกข์ และวิธีดับไม่เหลืออารมณ์ทุกข์"
เท่านั้น

ดังนั้นหากไปเจอในพระไตรปิฎก ว่า พระพุทธเจ้า
ตอบคำถาม ที่พระองค์ไม่ตอบ
อาจเป็น อัตโนมติ ของอาจารย์
ยุคมีมหาวิทยาลัยนาลันทา และลังกา ที่แทรกเข้ามา ครับผม

ปัญหาที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์และไม่ทรงพยากรณ์
[๑๕๒] ดูกรมาลุงกยบุตร
เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายจงทรงจำปัญหาที่เราไม่พยากรณ์
โดยความเป็นปัญหาที่เราไม่พยากรณ์
และจงทรงจำปัญหาที่เราพยากรณ์
โดยความเป็นปัญหาที่เราพยากรณ์เถิด.
ดูกรมาลุงกยบุตร อะไรเล่าที่เราไม่พยากรณ์
ดูกรมาลุงกยบุตรทิฏฐิว่า
โลกเที่ยง
โลกไม่เที่ยง
โลกมีที่สุด
โลกไม่มีที่สุด
ชีพอันนั้น
สรีระก็อันนั้น
ชีพอย่างหนึ่ง
สรีระอย่างหนึ่ง
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปไม่มีอยู่สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่
ก็มี ไม่มีอยู่ก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไป
มีอยู่ก็หามิได้ ไม่มีอยู่ก็หามิได้
ดังนี้ เราไม่พยากรณ์.

ดูกรมาลุงกยบุตร ก็เพราะเหตุไร
ข้อนั้นเราจึงไม่พยากรณ์
เพราะข้อนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์
ไม่เป็นไปเพื่อความหน่ายเพื่อความคลายกำหนัด
เพื่อความดับ เพื่อความสงบ
เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้
เพื่อนิพพาน
เหตุนั้นเราจึงไม่พยากรณ์ข้อนั้น.
******
ดูกรมาลุงกยบุตร อะไรเล่า ที่เราพยากรณ์
ดูกรมาลุงกยบุตร ความเห็นว่า
นี้ทุกข์
นี้เหตุให้เกิดทุกข์
นี้ความดับทุกข์
นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ดังนี้ เราพยากรณ์.
ก็เพราะเหตุไร เราจึงพยากรณ์ข้อนั้น
เพราะข้อนั้น ประกอบด้วยประโยชน์
เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์
เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด
เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
เหตุนั้นเราจึงพยากรณ์ข้อนั้น.
เพราะเหตุนั้นแหละ
เธอทั้งหลายจงทรงจำปัญหาที่เราไม่พยากรณ์
โดยความเป็นปัญหาที่เราไม่พยากรณ์
และจงทรงจำปัญหาที่เราพยากรณ์
โดยความเป็นปัญหาที่เราพยากรณ์เถิด.
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว
ท่านพระมาลุงกยบุตร ยินดีชื่นชม
พระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล.
จบ จูฬมาลุงโกฺยวาทสูตร ที่ ๓
..
..
วงเวียนความคิด มนุษย์

มีสามทางล่าง(ปุถุชน)
สามทางบน(นักปราชญ์)
สามทางล่างคือ

1.ชีวะ(เอาชีวิตรอด)
2.อรรถะ(ผลประโยชน์)
3.กามะ(กามรมณ์) ความเพลิดเพลินแห่งชีวาในชีวิต

สามทางบนคือ
4.ทิฐิ(ปรัชญาชีวิต)
5.มายะ(ธรรมชาติ).....
6.โมกษะ(พบทางสว่าง รู้แล้วโว้ย)

มนุษย์ชอบเอามาเคี้ยวเอื้องเล่น กันสมองฝ่อ 55555+
................................

กามะ มีสี่ระดับ
1.ศุภะ........เห็นว่าสวย
2.อรดี........พึงใจ
3.ตัณหา....อยาก ไม่ดูดเข้า ก็ อยากถีบออกไป หรือ สรรสร้างใหม่
4.ราคะ.....อยากเข้าไปเกลือกกลัว ดัง ภมรซอนเกษรดอกไม้
สองประการแรก ช่วยให้ ชีวิตมีชีวา
สองประการหลัง รับผิดชอบเอง 55555+
ขอบคุณเจ้าของภาพ ครับผม


Philosophy and healthy ปรัชญา และสุขภาพดี
G+ communities คนรัก รักษ์ ปัญญา สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

Suraphol KruasuwanOWNER

ฐิตา:

http://www.tairomdham.net/index.php?topic=6552.0

"ปัจฉิมวาจา"
"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า
สังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อม เป็นธรรมดา
เธอทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตน และประโยชน์
ให้ถึงพร้อม ด้วย ความไม่ประมาทเทอญฯ"

1.ประโยชน์ตน คือ....
ฝึกฝนตนเองให้พ้นเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส ด้วยการทำอาสวะให้สิ้น
2.ประโยชน์ท่าน........
คือมีจิตเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ทักษิณาทาน ต่อตนและโลกเสมอกัน
หรือ มี โลกุตระจิต กับโพธิจิต เจริญไปด้วยกัน
.............................................

"เก่งแค่ไหน...............ก็เดินได้ ที่ละก้าว
กินข้าว......................ที่ละคำ
และ ไม่ได้ใหญ่กว่า....กรรม เวลา มัจจุราช และโลงศพ"

จุติ จุตัง สุคโตโหตุ....มาสว่าง อยู่อย่างสว่าง
และกลับสู่แสงสว่าง ทุกคนนะครับ สาธุ อาเมนฯ

ขอบคุณเจ้าของภาพ และสหายในธรรม
ที่รวบรวม ธรรมะ ที่ปู่ลิง ฝากไว้หลายเวบ
และผู้ชม ผู้ที่ตั้งใจเป็นวิญญูชน
มีสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด อยู่เย็น เป็นสุขจากจิตเอื้อเฟื้อ
สาธุ อาเมนฯ
..
..
https://www.youtube.com/watch?v=TRktavB7KRQ
อภิปรัชญา
ความรู้ยิ่งที่เข้าถึง โดยจินตนาการ
ใครเคยถาม ตนเองว่า เราเป็นใคร มาจากไหน จะไปไหน?
นั่นคือ เรากำลังเข้าสู่โลก อภิปรัชญา
อภิปรัชญา เป็นต้นทางของศาสนา

1.เราคือธาตุรู้
ธาตุรู้ สร้าง ทุกสรรพสิ่ง
วันหนึ่งด้วยความใคร่รู้ว่า
สิ่งที่ถูกสร้าง งดงามเพียงใด
เราก็แบ่ง เป็นวิญาณ เป็นอนันต์
เป็นตัวรู้
มาสิ่งสู่ในสิ่งที่เราสร้าง
และเมื่อ สิ่งนั้น เสื่อมสภาพ เราก็ออกไปสิงสู่ สิ่งอื่นต่อไป
จนวันหนึ่งเราเบื่อ เราก็ต้องหาทางกลับไปรวมกับธาตุรู้
โดยที่เราต้องพัฒนา จาก ตัวรู้ เป็น ผู้รู้
แบบนี้ก็เท่ห์ เราเป็นทั้ง
ผู้สร้าง ผู้แสดง ผู้กำกับ ผู้ตัดสิน และผู้ดู

2.เราเป็น สิ่งที่ถูกสร้าง
แต่เป็นเบอร์สองรองจากผู้สร้าง
และมีหน้าที่ดูแล รักษา สิ่งที่ถูกสร้างให้งดงาม
แต่เรามักหลงบท เป็นผู้ทำลายมากกว่า จะดูแลให้งดงาม

3.เราเป็นผล ของ ขบวนการปรุงแต่ง ของธรรมชาติ
ที่ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้
แต่เรามีตัวจริง ที่หลับอยู่
คือ ปรีชาญาณฉลาดเลือก
หรือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผู้เป็นวิญญูชนสากล
และสุขจากจิตเอื้อเฟื้อ
ที่เราต้องใช้ สติรู้ตัว ปัญญารู้แจ้ง
ปลุกให้ตื่น

พบชีวิตที่อยู่เหนือ มายาของคู่โลก
คือเหนือทุกข์ เหนือสุข
เหนือ ดี เหนือ ชั่ว
เหนือชอบ เหนือชัง
แต่ สงบเย็นมั่นคงเบิกบาน
..............................................

ใครชอบแแบบไหน ชีวิตเราก็จะเป็นเช่นนั้น
...........................................
ส่วนปู่ลิง แค่หลงมาเที่ยว 55555+
ขอบคุณ สหายทุกท่าน ที่เข้ามาอ่าน เจ้าของภาพ
ปรัชญาที่ย่อมา
..
..

https://www.youtube.com/watch?v=UBfsS1EGyWc
มุมกาแฟ เช้า 12/12/17
มนุษย์ มีกิจกรรมตามวัย
1.วัยเรียน เพียร รอบรู้ ฝึกฝนใน สรรพวิชา
2.วัยแสวงหา ในอามีสสุข ได้มาจึงสุข เสียไป ทุกข์
3.วัยละ เมื่อเริ่มเห็นว่า ได้มา คือภาระๆๆๆๆๆ
4.วัยหลุด หลุดพ้น จาก มายา ลีลา อนัตตา ที่ยึดติด
แล้ว มีปีก บินเสรี ของชีวาในชีวิต
.............................................

นึกถึงเพื่อน ที่พึ่งจากไป
วันหนึ่ง นั่งรถไปสามคน
เรากำลังคุยปรัชญาชีวิต กับคนขับรถ
เขาบอกว่า เดี๋ยว หยุดคุยกันก่อน
เรื่องไร้สาระเอาไว้ที่หลัง
วันนี้ มีหุ้นใหม่เข้าตลาด เทรดไปแล้ว กำลังขึ้น
จะซื้อเพิ่มดีไหม?
การนับหนึ่ง ให้ถึงสิบ คือรู้ว่า
อะไรสำคัญและควรทำ
"ข้ามสะพาน ให้ข้ามก่อนแก่
เดี๋ยวยักแย่ยักยัน ข้ามไม่ไหว"
(หลวงพ่อพุทธทาส)
...........................................

ช่วงทำงาน มีหลักของตนเอง
1.ทำให้ได้
ตอนที่ชอบกุหลาบ ซื้อมาสิบกระถาง
มาเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ ใส่ดินปลูกใหม่
รดน้ำ กลางคืนกลับจากเที่ยว ยังเอาไฟฉายไปส่องดู
อ่านตำรา ปรึกษาผู้รู้ แล้ว ก็ ไปหาเพื่อนที่ปลูกกุหลาบขาย
ไปขอซื้อพันธุ์ ฝึกติดตาต่อกิ่ง และขยายพื้นที่ ปลูกหลังบ้าน
....เมื่อวาน มีเด็กมาถาม ปู่ฯ ผมอยากจะทำนา
ปู่บอกว่า เอาลองปลูกข้าวในกระถางก่อนนะ

2.ทำให้ดี
ทำอะไรมุ่งมั่น และ ตัดส่วนเกิน เติมส่วนขาด
เปิดใจรับประสบการณ์ที่แชร์จากผู้อื่น

3.ทำให้ดี ที่สุด
คือ จุดสูงสุด ของเรื่องนี้คือ?

4.หาทางใหม่ ที่เป็นของตนเอง
เช่น เล่นกอล์ฟ ทุกตำราบอกว่า
หมุนตัว ปู่บอกว่า
หมุนขาซ้ายก็พอ ทุกอย่างจะเป็น
ปฏิกริยาลูกโซ่ เอง 55555+

5.เลิก
เมื่อรู้ว่า เกินกว่านี้ จะเข้าสู่
"ทางที่ไม่มีการหวนคืน"
คือ เกินขีดจำกัดธรรมชาติให้มนุษย์รู้
เคยเล่นกีฬาแบบ โหด มัน ฮา บ้าพลัง
ใน ทุ่งกว้าง ดงทึบ ทะเล
กับเพื่อนในชมรม ฟ้า ดิน น้ำ
วันหนึ่ง ถามตนเองว่า
"สวรรค์บนดินมีอีกเยอะ ที่ยังไม่รู้จัก"
ก็เปลี่ยนเริ่มเดินทางผัสสะโลกกว้าง
และกลับมามองดู มายาจิตตน
เองคือใคร?
........................................................

รู้ว่า ชั่ว ก็ละ.........................คือศีล
รู้ว่าเป็นกุศล ก็เจริญ..............คือธรรม
ทุกข์ คือนรก สุขคือสวรรค์.....เย็นคือ วิมุติ
(ถอดความคำสอน หลวงพ่อพุทธทาส)
ชีวิตเริ่มต้น ทุกเมื่อ เพราะเรายังหายใจอยู่
มาสว่าง อยู่อย่างสว่าง และกลับสู่แสงสว่าง นะครับ
สาธุ
..
..
การใช้ชีวิต เป็นทั้ง ศาสตร์ และศิลป์
มนุษย์มีสามกายซ้อนกันอยู่
1.การสรีระ
ดูแลรักษา ด้วยความรู้ วิทยาศาสตร์ สุขลักษฯะ กีฬา
2.กายสังขาร
เป็นกายละเอียดปานกลาง
เชื่อมต่อ กายสรีระ กับกรัชกาย
ฝึกสติรู้ตัวเห็นการเกิด ดับ
3.กรัชกาย
เป็นกายบุคลิกภาพ ละเอียด
เปลี่ยนแปลงตาม การปรุงแต่งจิตสำนึก
ความคิด อารมณ์ อุดมการณ์ ความอยาก ความรู้
สัญชาติญาณเอาตัวรอด
กรัชกาย ทำให้เราเป็น
สัตว์นรก อสุรกาย เปรต เดียรัจฉาน มนุษย์ เทวดา พรหม
ในปัจจุบันขณะ เป็นการเกิด แบบโอปาปาติกะ
คือเป็นตัวเต็มวัยทันที่
แผ่ซ่าน ครองกายหยาบ
เปลี่ยนแปลง กายสังขาร กายสรีระ ทันที
..................................................

การเกิดของกรัชกาย และทางออก
หากจิตตกต่ำไปสู่อบายภูมิ
1.ถ้าเป็นเปรต
ให้ นึกถึงความอิ่มใจที่ได้ให้ ทาน จาคะ......
จิตก็จะไปจุติใหม่ ในภูมิเทวดาชั้นยามะ

2.ถ้าเป็นเดียรัจฉาน
ให้เจริญสติปัญญาให้ยิ่ง..................
จิตก็จะไปจุติใหม่ ในพุทธภูมิ

3.ถ้าเป็นอสุรกาย
ให้เจริญความกล้าหาญที่จะทำความดี.....
จิตก็จะไปจุติใหม่ ในเทวดาชั้นดาวดึงส์

4.ถ้าเป็นสัตว์นรก
ให้เจริญเมตตา ต่อชีวิตอื่นที่ด้อยโอกาส กว่าเรา....
จิตก็จะไปจุติใหม่ ในเทวดาชั้นดุสิต เป็นพระโพธิสัตว์

5.ถ้าเป็นมนุษย์
ให้อยู่ในศีลและธรรม เสมอ เจริญมงคลธรรม

6.ถ้าเป็นเทวดา
ให้เจริญ ไตรลักษณ์ อสุภะ ความไม่ประมาทใน เวลา กรรม มัจจุราช

7.ถ้าเป็นพรหม
ให้เจริญ หลักอนัตตาธรรม
พ้นสักกายทิฏฐิ(หลงว่า ชีวิตตนวิเศษกว่าธรรมชาติอื่นๆ)
ปลุกสติรู้ ปัญญาคิด มองหา สามกายในตนให้เจอ
เวลาตาย ไม่ต้องมีใคร มาบอก
อรหังๆๆ 55555+
.........................................


ธรรมะสวัสดิ์ ยามสายๆ 13/12/17
มนุษย์มีสามกาย
จากหยาบ สู่ละเอียด
ใครฝึก สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด
จิตเมตตา อดทน นานพอ
จะเห็น ด้วยจินตนาการตนเอง
1.กายสรีระ(กายวัตถุ)
2.กายสังขาร(ลมหายใจ)
3.กรัชกาย(กายบุคลิกภาพ ภายใน)

กรัชกาย มีสามสภาวะ
1.นิรมานกาย
คือแปลงร่าง เป็นอะไรก็ได้
ตั้งแต่ อบายภูมิ มนุษย์ เทวดา พรหม อริยะ พุทธะ

2.ธรรมกาย
คือ คำสั่งจิต ที่เกิดจากความคิด
ที่เอา กุศล อกุศล อัพยกตา มาปรุงแต่ง
ทำให้นิรมานกาย เปลี่ยน ตามนั้น

3.สัมโภคกาย
คือ กายแห่ง ความ สุข สงบ เย็น รู้แจ้ง
เป็นกายในอุดมคติ
ที่มนุษย์ควร พัฒนาไปให้ถึง
..................................................

สำหรับปู่ลิงมีกาย ส่วนตัว
ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ใฝ่ดี
สุขกับ การหายใจ
มีเพื่อน และ กระหาย ความรู้ใหม่
มองโลกแบบ ขำๆ คันๆ
แลซน ท่องไปในสามโลก
แต่ไม่ประมาท เพราะถิอคติ
"ปอดแหก คือปลอดภัย"
55555+
..
..

Philosophy and healthy ปรัชญา และสุขภาพดี
G+ communities คนรัก รักษ์ ปัญญา สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

Suraphol KruasuwanOWNER

ฐิตา:


มุมกาแฟ เช้า 14/12/17
กฎปฏิกิริยาลูกโซ่ (ปฏิจจสมุปบาท)
1.เพราะสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
2.วิสัยทัศน์ เกิดขึ้นกับเรา
3.ความรู้ใหม่เกิดขึ้นแก่เรา
4.ปัญญาเกิดขึ้นแก่เรา
5.สติตัวรู้ทันการปรุงแต่งความคิด เกิดขึ้นกับเรา
5.แสงสว่าง เกิดขึ้นแก่เราว่า
6.ทุกข์.............................................ต้องกำหนดรู้
7.เหตุปรุงแต่งทุกข์............................ต้องละ
8.ผลของการดับไม่เหลือเหตุทุกข์.......ต้องเป็นประสบการณ์ตรง
9.การฝึกฝน สู่การดับไม่เหลือเหตุทุกข์.ต้องเจริญให้ยิ่ง
(ถอดระหัส พุทธอุทาน วันตรัสรู้ธรรม)
...................................

สติรู้ตัว ปัญญารู้แจ้ง ต้องรีบปลุกให้ตื่น
จะเห็น ปฏิกิริยาลูกโซ่ ภายในตนเอง
ความคิด........สร้างบุคลิกภาพภายใน เปลี่ยน จิต กายได้
ความคิด........ที่เป็นกุศล สงบเย็น และสุข จากจิตเอื้อเฟื้อ
จึงเป็นต้นทาง สู่ทางสว่าง ชีวิต
คือชนะ สามทุกข์ในตัวเรา

1.ชนะสภาวะทุกข์
ด้วยการฝึกทำใจรับสภาพ
ความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ที่ควบคุมสภาวะธรรม

2.ชนะเวทนาทุกข์
ด้วยการฝึกอดทนพันเท่า

3.ชนะอารมณ์ทุกข์
ด้วยปลุก สัมมาสติ โพธิปัญญาตื่น
มากุม ความคิด รู้ทันจิตปรุงแต่ง
ถอน ขยะปรุงแต่งจิตทิ้งออกไปจากความทรงจำ
จนไม่เหลือเชื้อ เหตุทุกข์
มาปรุงแต่ง อารมณ์ทุกข์มาไล่ สุขมาล่อได้ถาวร
นอกจากคุณยังไม่หมดวิบากกรรม 55555+
ขอบคุณเจ้าของภาพ ครับผม
..
..
มุมกาแฟยามเช้า 15/12/17
โลกคือ สถานีขนส่ง
ทุกภูมิจิต
ภูมิธรรม
ภูมิปัญญา
มาเจอกันบนโลกนี้
มาสว่าง
ก็ให้อยู่อย่างสว่าง
และกลับไปสู่แสงสว่าง
สาธุ อาเมน

สว่างคือ มีวิสัยทัศน์ ที่ให้คุณ
เป็นวิญญูชน ที่มีมารยาทสากล
เจริญกุศล และไม่แบกกุศล
นั้น ว่า เป็น ตน ของตน
สาธุ
..
..
ธรรมสวัสดิ์ 15/12/17
ในยุคพุทธกาล มีสองลัทธิปรัชญาที่ครองใจคนยุคนั้น
1.อัตตา
คือ จิตเป็นชีวิตแท้ ร่างกายตาย จิตยังอยู่
2.นิรัตตา
ร่างกายคือชีวิตแท้ ร่างกายตาย จิตก็ดับสูญ
.................................

พระพุทธเจ้า ใช้ชีวิตทดลองทั้งสองวิธี
เริ่มจาก
นิรัตตา คือ สุขแบบวัตถุนิยม
และเมื่อไปเห็น ความแก่ เจ็บตาย และเกิด
ก็มีคำถามว่า
"จะออกจากความทุกข์ ได้อย่างไร?"
และ ไปใช้ชีวิตแบบสมณะ
(ผู้เห็นคุณค่าความสงบ สันโดษ สมถะ)
และ ได้รับการสั่งสอน
ตามความเชื่อ อัตตา
ร่างกาย คือกรงขังจิตวิญญาณ
ต้องฝึกฝน ไม่ให้ยึดติด ในร่างกายนั้น
จะได้ปลดปล่อยวิญญาณ สู่แดนที่ไม่มีความทุกข์

วันหนึ่ง รอดชีวิต จาก สลบ
เพราะร่างกายขาดอาหาร สะสม มาุ6.ปี
มีคนเลี้ยงแพะมาพบ เอานมแพะ ค่อยๆป้อน
และได้ยิน ครูสอนดนตรี บอกศิษย์ว่า
ขึงสายพิณ ตึงก็ขาด หย่อน
ก็จะเล่นเพลงไม่ไพเราะ
จึง มีวิสัยทัศน์ว่า
"กาย กับ จิต ต่างมีความสำคัญ"
ปัญญาจะเกิด เห็นทางสว่าง ต้องดูแล
"กาย และจิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้"
จึงเริ่มมาดูแลกาย จิต
และใช้ สติ ปัญญา แอบมองดูธรรมชาติ

จึงได้คำตอบว่า
ธรรมธาตุ (ธรรมชาติ)
ธรรมฐิติ (กฎของธรรมชาติ)
ธรรมนิยาม(กฎวิวัฒนาการของธรรมชาติ)
ปฏิจจสมุทปบาท(กฎปฏิกริยาลูกโซ่)
ทำงานไป ตามหน้าที่
ไม่ได้ สนใจ ทุกข์ สุขมนุษย์
มนุษย์ตากหาก ไป ยึดมั่น ถือมั่น ว่า
กาย จิต เป็น ตน ของตน
 แล้ว ปรุงแต่งความคิด
เกิดเป็นอุปาทานทุกข์
และทุกข์ซ้ำซาก

เพราะขาดสติปัญญา ที่ถูกปลุก ถูกฝึก
มากุมสภาพ จิตปรุงแต่ง
ธรรมชาติใหญ่กว่า กายและจิต
...................................

และทรงยกแยะ ความทุกข์เป็นสาม
 และคิดวิธี อยู่ร่วม
1.สภาวะทุกข์
คือปรากฎการณ์ ของทุกธรรมชาติ
จะอยู่ใต้กฎ ความไม่เที่ยง ไม่แท้ ไม่ทน เป็นปฏิกริยาลูกโซ่
ต้องฝึกทำใจรับสภาพ
เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นธรรมดา
ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ก็เป็นธรรมดา
สังคม สวมหัวโขนแล้วแย่งชิงกัน ก็เป็นธรรมดา

2.เวทนาทุกข์
โชคดี 6ปี ประสบทุกข์เวทนา แสนสาหัส
ดังนั้นการฝึกฝนให้อดทนมากกวาคนธรรมดา ก็ชนะทุกข์นี้

3.อารมณ์ทุกข์
นี่เรื่องใหญ่ของจริง
เพราะขาดสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด
ปรีชาญาณฉลาดเลือกตื่น เห็นแจ้ง
เมื่อผัสสะกระแสโลก ธรรม
ความคิดปรุงแต่งแบบฟุ่งซ่านทำงาน
ก็ปรุงบุคลิกภาพ ทั้งสุข ทุกข์ สงบ
จึงเกิด วิสัยทัศน์เรื่อง "อนัตตา"
คือทุกสิ่ง กำลังเป็นไปตามกฎเหตุปัจจัยปรุงแต่ง
ไม่ได้ตามใจใคร
.............................................

มาถึงยุคปัจจุบัน
อัตโนมติ อาจารย์ ที่ต้องการสร้างอนุสาวรีย์ให้ตนเอง
และชวนกันฝึกเป็น นักสิทธิ์(มีสิทธิอำนาจเหนือธรรมชาติ)
แทนที่จะฝึก ชนะ อุปสรรค์ภายใน
คือชนะจิตปรุงแต่งแบบฟุ่งซ่านในตน
จึงผสม ยาชุดใหญ่
1.อัตตา.....ก็ทำให้คนหลง บ้าบุญ
แทนการฝึก สติ ปัญญาให้ตื่น
2.นิรัตตา....ก็ทำให้คน ทำชั่ว แต่ไม่รู้สำนึก
บาป บุญไม่มี บุญคุณไม่มี เอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง
มาปะปน ในศาสนา ต้องใช้ สติปัญญาแยก ให้ชัด
...............................................

มีเกร็ดนิทาน ศิษย์สำนักนิรัตตา
วัตถุนิยม ในยุคนั้น
ไป เทศน์ ให้เจ้าเมือง เชื้อสายกรีก
ที่ตาม อเล็กซานเดอร์มหาราช
มาที่ลุ่มแม่น้ำสินธุ แล้วไม่กลับ ว่า
ตัวตนไม่มี ทุกสิ่ง เป็นช่องว่างระหว่างอณู
(เหมือนกับองคุลีมาล ถูกสอนมา)

ไปเจอเจ้าเมืองสายโหด
จึงให้ ทหารจับตรึง และเอาตาปูตอกเล็บ
"เจ็บโว้ย"
"ใครเจ็บ"
"ตูเจ็บ"
"อ้าว ไม่มีตัวมีตน และเจ็บได้ไง"
55555+
ขอบคูณผู้จุดประกาย และเจ้าของภาพ ผู้อ่าน
สมองเรามีค่า อย่าไปใช้แบบปลาทู หมูในอวย เด้อ
สาธุ

ดังนั้น
1.พุทธศาสนา ในสัมมาทิฐิเบื้องตน
ให้คน ละชั่ว ทำดี มีคำสอนแบบ อัตตา
2.และมีอาจารย์ เฉโก
หลอกลูกศิษย์ว่านิรัตตาคือ อนัตตา

3.อัตตา นิรัตตา อนัตตา
ต้องแยกให้ชัด เดี๋ยวหลงไปไกล
"อนัตตาคือ เคารพ
กฎเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ของธรรมชาติ
ที่ไม่ได้ตามใจเรา"
สาธุ
..
..
มุมกาแฟ วันใหม่ 16/12/17

You are what you eat
กินอย่างไร ได้อย่างนั้น
"อาหารเป็นใหญ่ในโลก"

พุทธพจน์ อาหาร ในความหมายพุทธธรรมคือ
"เครื่องค้ำจุนชีวิต"
1.ปัจจัยสี่ เครื่องอำนวยความสะดวก ที่มาจากวัตถุ
2.ผัสสะ อารมณ์ที่ชอบ
3.อุดมคติ ปรัชญาที่เชื่อ
4.ความรู้
ต้องเลือกเสพ ความรู้ ที่จริง ดี งาม สาร้างเสริมความสุข สงบ
ชีวิตจึง แข็งแรงทุกด้าน สาธุ
..
..
ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั้นต้องมีปัญญา ประกอบด้วย
มี อุปาทานสี่ประการ ที่สร้าง ทุกข์ให้เราได้
1.เอาตนเอง เป็นศูนย์กลางทุกเรื่อง
2.เอาปรัชญา ที่เราชอบ ตัดสินปัญหาทุกเรื่อง
3.เอาวิถีชีวิต ที่ตนชอบ ไปครอบงำผู้อื่น
4.เอาของรักของชอบ..มาจูงจมูกตนเอง

ใครไม่มีวิสัยทัศน์เห็น
ไม่เชื่อ แสดงว่า ยังไม่หมดวิบากกรรม 55555+
บ่ายๆเจอกัน ออกส่องโลก อันงาม ก่อน
ขอบคุณเจ้าของภาพ
..
..

Philosophy and healthy ปรัชญา และสุขภาพดี
G+ communities คนรัก รักษ์ ปัญญา สุขภาพ กีฬา และจักรยาน
สุขภาพดี คือลาภอันประเสริฐ ที่เราทำได้เอง

Suraphol KruasuwanOWNER

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

ตอบ

Go to full version