Forum > ปัญหาชีวิต ความทุกข์ ความรัก

พูดง่าย... ทำยาก

(1/1)

ฐิตา:


พูดง่าย... ทำยาก
ที่บอกว่าทำยาก...
เพราะไม่อยากทำต่างหาก
แต่ถ้าอยากทำ... ก็จะมีหนทางที่ทำได้เสมอ

สิ่งที่บ่นกันว่าทำยากที่สุด ก็คือ ทำใจ

เวลาญาติพี่น้องเพื่อนฝูงหรือใครก็ตามกำลังมีปัญหา ถ้าเราแนะนำให้เขาทำใจ เขามักจะบอกว่า "พูดง่าย ทำยาก" ก็เพราะเขาไม่อยากทำต่างหาก เช่น ปัญหาเรื่องสามีมีเมียน้อย คนเป็นภรรยาก็มักจะปรับทุกข์กับใครสักคน เล่าความอึดอัดทุกข์ใจต่าง ๆ นานา และไม่ต้องการจะหย่า เมื่อไม่ต้องการจะหย่าก็ต้องอยู่ด้วยกันต่อไป แต่ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งด้วย จะได้ไม่ต้องทุกข์ใจ แต่ถ้าทำใจไม่ได้ ก็ต้องอยู่อย่างมีความทุกข์ เห็นหน้าสามีทีไรก็เอาแต่พร่ำบ่นเหน็บแนมเรื่องเมียน้อย จนสามีเบื่อเอามาก ๆ และไม่ค่อยกลับบ้าน ปัญหาก็ไม่ได้แก้ แต่ขยายปัญหาให้ใหญ่โตมากขึ้น

บางคนถูกทิ้งเพราะแฟนไปมีคนใหม่ ก็ฟูมฟายโศกเศร้าเจ็บแค้นอยู่เป็นเวลานาน เป็นแผลใจไปตลอดชีวิต พอแนะนำให้ทำใจ ตัดใจจากแฟนให้ได้ และเปิดใจพร้อมต้อนรับคนใหม่ที่อาจจะก้าวเข้ามาในชีวิต ก็มักจะโดนตอกกลับเอาว่า ใครไม่โดนกับตัวเองไม่รู้หรอก พูดง่าย ทำยาก คิดอย่างนี้ปัญหาก็ไม่ได้แก้ แต่ยังปิดกั้นสิ่งดี ๆ ที่จะมีในอนาคตอีกด้วย

บางคนดูถูกคนอื่น หรืออิจฉาคนอื่น พอมีคนบอกให้เพิ่มเมตตาขึ้นในใจ ก็มักจะได้ยินคำว่า พูดง่าย ทำยาก

บางคนถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ถูกกลั่นแกล้งจากคนอิจฉาริษยา ก็โต้ตอบกันไปมาแบบขิงก็รา ข่าก็แรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ก่อปัญหายืดเยื้อเรื้อรังไม่รู้จบ พอมีคนบอกว่า ให้อภัยเถอะ ก็มักจะทำใจไม่ได้

ถ้าเรารู้ว่า ทุกครั้งที่เรามีความอดทนมากพอ ทุกครั้งที่เราไม่โกรธตอบ ทุกครั้งที่เราหักห้ามใจตัวเองได้ไม่ลุแก่โทสะ ทุกครั้งที่เราคิดให้อภัยได้ ทุกครั้งที่เราไม่อ่อนข้อต่อความละโมบโลภมากในใจเรา ทุกครั้งที่เราไม่เผลอตัวเผลอใจไปกับสิ่งเย้ายวน ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกอิจฉาในความโชคดีของคนอื่นให้เป็นความยินดีในความสุขของเขา ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกดูถูกในความด้อยค่าของคนอื่นให้เป็นความรู้สึกเมตตาปรานี ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกจากความเกียจคร้านให้เป็นความรู้สึกสนุกกับงานที่เรากำลังทำ เราได้ยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งแล้ว ได้บุญยิ่งกว่าสร้างวัดสิบวัดด้วยเงินที่เรามีอย่างมหาศาล แต่ไม่รู้จักขัดเกลาจิตใจ ไม่รู้จักพัฒนาจิตใจตนเองให้สูงขึ้นเลย

นี่แหละคือการบำเพ็ญตบะ เพิ่มบารมีให้จิตวิญญาณ แต่ละครั้งที่เราทำได้ ได้ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น ได้บุญมากขึ้น

โอกาสที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นคนที่สมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่จิตบริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน และมีนิพพานอยู่เบื้องหน้า สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ เมื่อเราตายไปแล้ว ก็จะไม่สามารถนำติดตัวไปด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ชื่อเสียง บริวาร รูปโฉม เราเอาติดตัวไปด้วยไม่ได้ทั้งนั้น

และหากเรายังไม่ได้ไปถึงนิพพาน แต่อย่างน้อยก็จะได้เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีชีวิตที่ดี ได้พบได้เจอแต่คนดี ๆ บุญกุศลนั้นมองด้วยตาไม่เห็น แต่เราสามารถวิเคราะห์หาเหตุผลได้ เช่น ทำไมคนบางคน แม้ไม่ถูกฆ่า แต่ก็ตายเร็วด้วยอุบัติเหตุ ด้วยโรคภัย บางคนไม่มีใครปล้น แต่ก็สูญเงินมหาศาลไปกับภัยธรรมชาติ หรือภาวะเศรษฐกิจ บางคนไม่ถูกล็อตเตอร์รี่ แต่ก็มีรายได้มากกว่าคนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากกุศลและอกุศลที่แต่ละคนได้กระทำเอง

พูดได้ ทำได้ ถ้าอยากทำ เพราะทำแล้วมีแต่ดี และจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป




ถ้าเรารู้ว่า...
ทุกครั้งที่เรามีความอดทนมากพอ
ทุกครั้งที่เราไม่โกรธตอบ
ทุกครั้งที่เราหักห้ามใจตัวเองได้ไม่ลุแก่โทสะ
ทุกครั้งที่เราคิดให้อภัยได้
ทุกครั้งที่เราไม่อ่อนข้อต่อความละโมบโลภมากในใจเรา
ทุกครั้งที่เราไม่เผลอตัวเผลอใจไปกับสิ่งเย้ายวน
ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกอิจฉาในความโชคดีของคนอื่นให้เป็นความยินดีในความสุขของเขา
ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกดูถูกในความด้อยค่าของคนอื่นให้เป็นความรู้สึกเมตตาปรานี
ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนความรู้สึกจากความเกียจคร้านให้เป็นความรู้สึกสนุกกับงานที่เรากำลังทำ
เราได้ยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งแล้ว
ได้บุญยิ่งกว่าสร้างวัดสิบวัดด้วยเงินที่เรามีอย่างมหาศาล แต่ไม่รู้จักขัดเกลาจิตใจ ไม่รู้จักพัฒนาจิตใจตนเองให้สูงขึ้นเลย
นี่แหละคือการบำเพ็ญตบะ เพิ่มบารมีให้จิตวิญญาณ แต่ละครั้งที่เราทำได้ ได้ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น ได้บุญมากขึ้น


Pimahn Panyadee ได้แชร์รูปภาพที่ Westpark, München ของเขา
10 มิถุนายน เวลา 2:54 น. :https://www.facebook.com/Pimahn

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

Go to full version